ลำปางเป็นจังหวัดใกล้เชียงใหม่ที่ขับไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบาย ระยะทางราว 100 กม. ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งตามทางหลวง 11 และไม่มีค่าบริการนอกพื้นที่ (เช่นเดียวกับลำพูน) สำหรับคนที่เพิ่งลองขับรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก เส้นนี้เหมาะมากสำหรับฝึกอ่านตัวเลขแบต ลองใช้แอปหาจุดชาร์จ และลองชาร์จนอกบ้านจริงสักครั้งโดยไม่ต้องกดดัน
เส้นทาง
ออกจากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 11 (ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่–ลำปาง) ผ่านเขตลำพูนแล้วตรงไปลำปาง ถนนเป็นทางหลวงหลายเลนเกือบตลอด มีช่วงขึ้นลงเนินเขาบ้างระหว่างทาง ถ้าจะแวะศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (อ.ห้างฉัตร) หรือวัดพระธาตุลำปางหลวง ให้เผื่อระยะทางไป–กลับจากตัวเมืองไว้ในแผนแบตด้วย
แบตพอไหม ต้องชาร์จหรือเปล่า
ใช้หลักคิดว่าระยะวิ่งจริงประมาณ 80% ของตัวเลขสเปก รถส่งมอบพร้อมแบต 85% ขึ้นไป และต้องคืนโดยเหลือแบตอย่างน้อย 20% ถ้าเป็นรถสเปกราว 460–490 กม. ช่วงที่ใช้ได้จริงจาก 85% ลงไปถึง 20% จะอยู่ราว 240–255 กม.
- ขาไปราว 100 กม. ทุกรุ่นถึงลำปางสบาย ไม่ต้องแวะชาร์จ
- ไป–กลับราว 200 กม. บวกขับเที่ยวในลำปาง รถระยะไกลอาจพอดีแบบไม่ต้องชาร์จเลย แต่จะเหลือแบตตอนคืนไม่มาก
- แนะนำให้เติมสักรอบที่ลำปางระหว่างเที่ยว ร้านคืนค่าชาร์จให้ 1 บิลอยู่แล้ว เท่ากับได้ความสบายใจแทบฟรี
- ถ้าเช่ารุ่นประหยัดที่ระยะสเปกต่ำกว่า เช่น BYD Dolphin Standard (สเปก 410 กม.) ควรชาร์จที่ลำปางก่อนขับกลับทุกครั้ง
จุดชาร์จแนะนำ
ในตัวเมืองลำปางมีตู้ DC กำลังสูงของโรงพยาบาลลำปางที่อยู่ในเครือข่าย PEA VOLTA (สูงสุด 160 kW) แต่เป็นพื้นที่โรงพยาบาล ควรจอดชาร์จแล้วย้ายรถทันทีเมื่อเสร็จ อีกตัวเลือกคือ PEA VOLTA ลำปาง ต.ชมพู ซึ่งเป็นตู้ DC 26 kW ชาร์จช้ากว่า เหมาะเสียบไว้ระหว่างกินข้าว และ EV Station PluZ ในปั๊ม ปตท. ส่วนระหว่างทางมี PEA VOLTA แจ่มฟ้า เมืองลำพูน (120 kW) เป็นจุดสำรองช่วงลำพูน
ข้อมูลตู้ชาร์จเปลี่ยนได้เสมอ ก่อนออกเดินทางให้เปิดแอป PEA VOLTA, EV Station PluZ หรือ EleXA เช็กว่าตู้ใช้งานได้และว่างอยู่ไหม เก็บใบเสร็จค่าชาร์จไว้เพื่อขอคืนเงินตอนคืนรถ
ชาร์จนอกบ้านครั้งแรก ทำอย่างไร
- ติดตั้งแอปของผู้ให้บริการ เช่น PEA VOLTA, EV Station PluZ หรือ EleXA สมัครสมาชิกและตั้งค่าการชำระเงินให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนออกจากเชียงใหม่
- ถามร้านตอนรับรถว่ารุ่นที่เช่าใช้หัวชาร์จ DC แบบไหน รถส่วนใหญ่ใช้หัว CCS2 จะได้เลือกตู้ในแอปได้ถูก
- ถึงตู้แล้วเสียบหัวชาร์จให้แน่น สแกน QR ที่ตู้หรือเลือกตู้ในแอป แล้วกดเริ่มชาร์จ
- ชาร์จถึงราว 80% ก็พอสำหรับเดินทางต่อ เพราะหลังจากนั้นความเร็วการชาร์จจะลดลงมาก
- เมื่อชาร์จเสร็จให้ย้ายรถออกเพื่อเปิดทางให้คนถัดไป และเก็บใบเสร็จหรือประวัติการชาร์จในแอปไว้
เที่ยวลำปางแบบคนขับรถไฟฟ้า
ข้อดีของรถไฟฟ้าคือชาร์จไปพร้อมกับเที่ยวได้ เช่น เสียบชาร์จช่วงพักกลางวันในเมือง แล้วนั่งรถม้าชมเมืองหรือไหว้พระที่วัดพระแก้วดอนเต้าและวัดพระธาตุเจดีย์ซาวหลัง ถ้าจะไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนซึ่งเป็นถนนขึ้นเขา ให้ออกจากตัวเมืองด้วยแบตที่เหลือเยอะหน่อย เพราะทางขึ้นเขากินไฟมากกว่าทางราบ ส่วนขาลงเขาระบบเบรกคืนพลังงานจะช่วยชาร์จกลับมาบางส่วน
ก่อนจอง
ลำปางอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีค่าบริการนอกพื้นที่ แต่ยังต้องแจ้งจังหวัดปลายทางตอนจองเพื่อความคุ้มครองของประกัน EVCNX ไม่มีสาขาที่ลำปาง รถต้องขับกลับมาคืนที่เชียงใหม่โดยเหลือแบตอย่างน้อย 20% ถ้าจะเลยไปจังหวัดอื่นต่อ เช่น แพร่หรือน่าน ให้แจ้งร้านตอนจอง เพราะค่าบริการและการวางแผนชาร์จจะต่างออกไป
จุดชาร์จระหว่างทาง
- PEA VOLTA แจ่มฟ้า เมืองลำพูน — ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
DC CCS2 120 kW สองหัว อยู่ช่วงลำพูนระหว่างทาง ใช้เป็นจุดเติมสำรองได้ (ตรวจสอบสถานะในแอป PEA VOLTA ก่อนเดินทาง) - สถานีชาร์จ โรงพยาบาลลำปาง (เครือข่าย PEA VOLTA) — 280 ถ.พหลโยธิน ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
DC CCS2 สูงสุด 160 kW อยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลกลางเมือง (ตรวจสอบสถานะในแอปก่อนเดินทาง) - PEA VOLTA ลำปาง — ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
DC CCS2 26 kW เป็นตู้ DC แบบช้า เหมาะเติมระหว่างพักกินข้าว (ตรวจสอบสถานะในแอปก่อนเดินทาง) - EV Station PluZ ปั๊ม ปตท. หจก.ถาวรชัยลำปาง — จ.ลำปาง
ชาร์จเร็ว (Quick Charge) ดูพิกัดและกำลังชาร์จในแอป EV Station PluZ ก่อนเดินทาง
สถานะและกำลังชาร์จเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบในแอป EV Station PluZ, EleXA หรือแอปผู้ให้บริการก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
ที่เที่ยวแนะนำ
- วัดพระธาตุลำปางหลวง ขึ้นชื่อเรื่องจิตรกรรมฝาผนัง
- นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง
- วัดพระแก้วดอนเต้า
- วัดพระธาตุเจดีย์ซาวหลัง
- ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร
- อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน (น้ำพุร้อนและน้ำตก)