รถยนต์ไฟฟ้าในไทยชาร์จได้หลายเครือข่าย และแต่ละเครือข่ายใช้แอปของตัวเองในการเริ่มชาร์จและจ่ายเงิน ขั้นตอนของทุกแอปคล้ายกัน คือ ดาวน์โหลดแอป สมัครด้วยเบอร์โทรหรืออีเมลพร้อมรหัส OTP ผูกบัตรหรือเติมเงินเข้า Wallet จากนั้นที่ตู้ให้เสียบหัวชาร์จ สแกน QR กดเริ่ม แล้วหยุดและจ่ายเงินในแอป
ปี 2565 ห้าหน่วยงานหลัก (PEA, MEA, EGAT, OR และ EA) ตกลงแชร์ข้อมูลตำแหน่งสถานีให้เห็นในแอปของกันและกัน แต่เป็นการแชร์ข้อมูลแผนที่ ไม่ใช่ระบบจ่ายเงินร่วมกัน ถ้าจะชาร์จที่สถานีไหน ให้ใช้แอปของเจ้าของสถานีนั้น
สรุปแอปชาร์จรถไฟฟ้าในไทย
| แอป | ผู้ให้บริการ | การจ่ายเงิน |
|---|---|---|
| EV Station PluZ (ปตท. / OR) | บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด | บัตรเครดิต Visa / Mastercard / JCB, เดบิต Visa |
| PEA VOLTA (กฟภ.) | การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค | เติมเงินเข้า Wallet (บัตรเครดิต, QR, โค้ดเติมเงิน) |
| EleXA (กฟผ.) | การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย | บัตรเครดิต (แนะนำ) และช่องทางอื่นตามที่ กฟผ. ประกาศ |
| EA Anywhere (E@ Anywhere) | EA Anywhere | เติมเงิน e-Money ในแอป ขั้นต่ำ 200 บาท |
| ReverSharger (เดิม SHARGE) | Sharge Management Co., Ltd. | บัตรเครดิต/เดบิต, คะแนน The 1 |
| SPARK EV Charging | SPARK EV Company Limited | เติมเงินเข้า Wallet, คูปอง |
| MEA EV (กฟน.) | การไฟฟ้านครหลวง | MEA Wallet ในแอป |
| OneCharge | OneCharge Solution Co., Ltd. | บัตร, Mobile Banking, TrueMoney, PromptPay, บัตร RFID |
| iGreen+ | iGreen Plus Co., Ltd. | หลายช่องทางในแอป, คูปอง |
| EVolt | Evolt Technology Co., Ltd. | บัตรเครดิต, Wallet, บัตร EVolt |
| Altervim Super Charge (ที่ Lotus's) | Altervim | จ่ายในแอป, โค้ดส่วนลด Lotus's |
| PlugShare (แผนที่จุดชาร์จ) | PlugShare | ไม่มี (ใช้หาจุดชาร์จเท่านั้น) |
EV Station PluZ (ปตท. / OR)
แอปของเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ (ส่วนใหญ่อยู่ในปั๊ม PTT Station) ใช้ค้นหาสถานี ดูสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ จองล่วงหน้า สั่งเริ่ม/หยุดชาร์จ และจ่ายเงินในแอป พร้อมสะสมคะแนน blueplus+
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี EV Station PluZ ของ OR ทั่วประเทศ (AC Type 2 / DC CCS2 / CHAdeMO แล้วแต่สถานี) และเห็นพิกัดสถานีของ PEA, MEA, EGAT และ EA บนแผนที่ด้วย จากความร่วมมือแชร์ข้อมูลสถานีระหว่าง 5 หน่วยงาน (ปี 2565)
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "EV Station PluZ:พลัซทุกความสุข" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. กด "สมัครสมาชิกที่นี่" แล้วกรอกเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นยืนยันรหัส OTP (ถ้าเป็นสมาชิก blueplus+ อยู่แล้ว เลือกสมัครด้วยบัญชี blueplus+ ได้เลย)
- 3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลรถ EV ของคุณ
- 4. เพิ่มบัตรที่ไอคอนโปรไฟล์ > "การชำระเงิน" > "เพิ่มบัตรใหม่" (กรอกเลขบัตร ชื่อบนบัตร วันหมดอายุ และ CVV) จะเพิ่มไว้หลายใบก็ได้
วิธีชาร์จ
- 1. เปิดแอป ใช้แผนที่หาสถานีใกล้คุณ (กรองตามระยะทาง ชนิดหัวชาร์จ ชื่อสถานี หรือเฉพาะหัวที่ว่างตอนนี้) หรือจะจองหัวชาร์จล่วงหน้าก็ได้
- 2. เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ
- 3. กดปุ่ม QR ตรงกลางแอป แล้วสแกน QR Code ที่ติดอยู่ตรงหัวชาร์จบนตู้
- 4. เช็กข้อมูลรถและช่องทางชำระเงิน แล้วกด "เริ่มชาร์จ" แอปจะแสดง % แบต เวลา และค่าใช้จ่ายระหว่างชาร์จ
- 5. ชาร์จเสร็จแล้วสไลด์แถบลูกศรไปทางขวาเพื่อหยุด ตรวจสรุปยอดและชำระเงิน จากนั้นถอดหัวชาร์จเก็บเข้าตู้
- 6. ดูประวัติและขอใบเสร็จได้ในแอป ทั้งแบบย่อและใบกำกับภาษีเต็มรูป
การจ่ายเงิน: จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตที่ผูกไว้ในแอป: บัตรเครดิต Visa, Mastercard, JCB และบัตรเดบิตเฉพาะ VISA สำหรับลูกค้าองค์กรมีบัตร Fleet/Top Up ร่วมกับ ttb (EV Payment Solution, ก.ย. 2569)
- เคล็ดลับ: จองหัวชาร์จล่วงหน้าในแอปได้ ระบบจะหักค่าจองไว้ก่อน แล้วคืนเป็นส่วนลดค่าชาร์จเมื่อมาใช้บริการตามเวลา ส่วนหัวที่ว่างและไม่มีคนจอง Walk-in ได้เลย
- เคล็ดลับ: ถ้าผูกบัตรไม่ผ่าน ส่วนใหญ่เป็นเพราะยังไม่ได้ยืนยัน OTP ของธนาคาร พิมพ์เลขบัตรผิด หรือบัตรหมดอายุ
- เคล็ดลับ: ชาร์จแล้วได้สะสมคะแนน blueplus+ ด้วย
- เคล็ดลับ: ติดต่อ Call Center 02-239-9998 หรือ LINE @evstationpluz
PEA VOLTA (กฟภ.)
แอปของเครือข่ายสถานีชาร์จ PEA VOLTA ทั่วประเทศ ใช้ค้นหาสถานีและดูสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ สั่งเริ่ม/หยุดชาร์จ และจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินแบบเติมเงินในแอป รองรับโหมด Auto Charge (เสียบปุ๊บชาร์จปั๊บ)
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี PEA VOLTA (กว่า 400 สถานี ครอบคลุม 76 จังหวัด) และสถานีพันธมิตร PEA VOLTA CONNEXT รองรับหัว AC Type 2, DC CCS2 และ CHAdeMO แอปแสดงสถานีของหลายผู้ให้บริการ และตั้งแต่ ธ.ค. 2567 เพิ่มฟีเจอร์ชาร์จข้ามเครือข่าย (EV Roaming)
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "PEA VOLTA" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. กด "ลงทะเบียน" กรอกข้อมูลสร้างบัญชี แล้วกดยอมรับเงื่อนไข
- 3. เปิดอีเมลที่ใช้สมัคร กดยืนยันอีเมล แล้วกลับมาเข้าสู่ระบบ
- 4. เติมเงินเข้ากระเป๋าในแอปก่อนชาร์จ (ระบบเป็นแบบ Prepaid) ด้วยบัตรเครดิตหรือ QR Code
วิธีชาร์จ
- 1. เปิดแอป หาสถานี PEA VOLTA ใกล้คุณ แล้วเช็กว่าหัวชาร์จว่างไหม
- 2. สแกน QR Code ที่ตู้ชาร์จเพื่อเชื่อมต่อกับแอป
- 3. เสียบสายชาร์จ เลือกหัวที่รถรองรับ (AC Type 2 / DC CCS2 / CHAdeMO)
- 4. กดเริ่มชาร์จในแอป
- 5. ได้แบตตามต้องการแล้วกดหยุดชาร์จในแอป เก็บหัวชาร์จเข้าตู้ แล้วดูค่าใช้จ่ายในแอปได้ทันที (ระบบหักจากยอดเงินในกระเป๋า)
การจ่ายเงิน: กระเป๋าเงินแบบเติมเงินก่อนใช้ (Prepaid) ในแอป เติมด้วยบัตรเครดิต (เพิ่มเมื่อ ธ.ค. 2566), QR Code หรือโค้ดเติมเงิน (เพิ่มเมื่อ ธ.ค. 2567) และใช้โบนัสในแอปจ่ายค่าชาร์จได้
- เคล็ดลับ: Auto Charge: เปิดได้ที่เมนูข้อมูลผู้ใช้ > จัดการบัตรและการชาร์จอัตโนมัติ ครั้งแรกให้เสียบสาย สแกน QR แล้วเริ่มชาร์จตามปกติ ระบบจะผูกรถเข้ากับบัญชี (ให้กรอกทะเบียนรถ) ครั้งต่อไปเสียบสายก็เริ่มชาร์จเองโดยไม่ต้องเปิดแอป
- เคล็ดลับ: ตอนนี้ Auto Charge รองรับเฉพาะหัว CCS2 และบางรุ่นรถเท่านั้น ดูรายชื่อรุ่นที่รองรับได้บนเว็บ PEA VOLTA
- เคล็ดลับ: ฝนตกก็ชาร์จได้ตามปกติ ถ้าความชื้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- เคล็ดลับ: เก็บหัวชาร์จเข้าตู้ทุกครั้ง อย่าวางทิ้งไว้บนพื้น และรีบขับออกเมื่อชาร์จเสร็จเพื่อให้คนอื่นได้ใช้ต่อ
EleXA (กฟผ.)
แพลตฟอร์มของ กฟผ. สำหรับสถานี EleX by EGAT ใช้ค้นหาสถานี วางแผนเส้นทาง จองหัวชาร์จ สแกน QR เพื่อเริ่ม/หยุดชาร์จ และจ่ายเงินในแอป พร้อมสะสม EleXA Points
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี EleX by EGAT (หลายแห่งอยู่ในปั๊มน้ำมันพันธมิตรและพื้นที่ กฟผ.) รองรับ CCS2, AC Type 2 และ CHAdeMO เชื่อมข้อมูลสถานีกับ PEA VOLTA, MEA EV, EV Station PluZ, EA Anywhere และ Great Wall Motors (ตามหน้าเว็บทางการ) รองรับเครื่องชาร์จกว่า 50 รุ่น
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "EleXA" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. เปิดแอป กดสมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีโซเชียล (Apple ID, Google, Facebook หรือ LINE) แล้วยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ
- 3. กรอกข้อมูลรถ วันเกิด และเพศ (ความสนใจจะกรอกหรือไม่ก็ได้)
- 4. ตั้งค่าช่องทางชำระเงินในแอป เช่น บัตรเครดิต
วิธีชาร์จ
- 1. หาสถานีในแอป จะจองหัวชาร์จก่อน (ต้องไปถึงภายใน 20 นาที สถานีต้องอยู่ห่างไม่เกิน 30 กม.) หรือขับไปที่สถานีเลยก็ได้
- 2. กดปุ่ม "QR CODE" มุมขวาบนของหน้าแรก แล้วสแกน QR เหนือหัวชาร์จ
- 3. เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ เลือกจำนวนหน่วยที่ต้องการ แล้วกด "เริ่มชาร์จ"
- 4. ดูสถานะการชาร์จแบบเรียลไทม์ พอเสร็จแล้วกด "สิ้นสุดการชาร์จ"
- 5. ถอดสายชาร์จ เลือกช่องทางชำระเงิน แล้วดูสรุปการชาร์จในแอป
การจ่ายเงิน: หน้าเว็บทางการ กฟผ. ระบุว่ารับบัตรเครดิต, Mobile Banking, PromptPay, MAX ME Wallet และช่องทางอื่น แต่ตั้งแต่ ก.ย. 2567 (เวอร์ชัน 3.5.0) แอปเพิ่มช่องทาง "My Credit" และยกเลิกการผูกบัตรเดบิตและบัตรเติมเงิน (prepaid) แล้ว แนะนำให้ใช้บัตรเครดิต
- เคล็ดลับ: จองหัวชาร์จล่วงหน้าได้ (สถานีต้องอยู่ห่างไม่เกิน 30 กม. และต้องไปถึงภายใน 20 นาที)
- เคล็ดลับ: ผูกบัตรเดบิตหรือบัตรเติมเงินไม่ได้แล้ว ให้ใช้บัตรเครดิตหรือ My Credit แทน
- เคล็ดลับ: ติดต่อ support.elexa@egat.co.th หรือ LINE @EleXAEV
EA Anywhere (E@ Anywhere)
แอปของเครือข่ายสถานีชาร์จ EA Anywhere ใช้ค้นหาสถานี จองเครื่องชาร์จ สแกน QR เพื่อเริ่มและจบการใช้บริการ บันทึกสถานีที่ใช้ประจำ และจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงิน EA Anywhere e-Money ในแอป
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี EA Anywhere (ห้าง โรงแรม ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ) มีทั้ง AC Type 2 สำหรับ BEV/PHEV และ DC Fast Charge สถานีของ EA ยังแสดงในแอปของ MEA EV, PEA, EGAT และ OR ตามความร่วมมือแชร์ข้อมูลสถานี
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "E@ Anywhere" จาก App Store หรือ Google Play (หรือสแกน QR บนสติกเกอร์หน้าตู้ชาร์จ)
- 2. สมัครสมาชิก กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ (ผู้สมัครต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป)
- 3. เพิ่มวิธีชำระเงินที่ใช้ได้อย่างน้อย 1 ช่องทาง
- 4. เติมเงินเข้า EA Anywhere e-Money ในแอป (เติมขั้นต่ำ 200 บาท และมียอดเงินในกระเป๋าได้ไม่เกิน 20,000 บาท)
วิธีชาร์จ
- 1. เปิดแอป หาสถานีบนแผนที่ แล้วเลือกจองเครื่องชาร์จหรือ Walk-in
- 2. ที่ตู้ชาร์จ กดสแกน QR Code ในแอปเพื่อเริ่มใช้บริการ
- 3. เสียบสายชาร์จเข้ากับรถ แล้วทำตามขั้นตอนบนจอแอปเพื่อเริ่มชาร์จ
- 4. ดูสถานะการชาร์จในแอป พอเสร็จแล้วสแกน QR อีกครั้งเพื่อจบการใช้บริการ ระบบหักเงินจาก e-Money และส่งสรุปรายการให้ทางอีเมล
การจ่ายเงิน: จ่ายผ่านกระเป๋าเงิน EA Anywhere e-Money ซึ่งเติมเงินได้ในแอปเท่านั้น (ราคารวม VAT แล้ว และเงินที่เติมขอคืนหรือโอนไม่ได้ เว้นแต่กฎหมายกำหนด) แอปรองรับการผูกบัตรเครดิต (มี FAQ ทางการเรื่องกรอกบัตรเครดิตไม่ผ่าน) และใช้ Gift Card ได้
- เคล็ดลับ: แอปเดิม EA Anywhere ถูกแทนที่ด้วยแอปใหม่ "E@ Anywhere" ซึ่งเว็บทางการลิงก์ไปที่แอปนี้ ให้ดาวน์โหลดตัวใหม่
- เคล็ดลับ: เติม Gift Card ได้ในเมนูของแอป
- เคล็ดลับ: หลายสถานีเปิด 24 ชม. ดูรายชื่อได้บนเว็บ eaanywhere.com
- เคล็ดลับ: สรุปรายการธุรกรรมส่งเข้าอีเมล ตรวจอีเมลที่ใช้สมัครให้ถูกต้อง
ReverSharger (เดิม SHARGE)
แอปเครือข่ายสถานีชาร์จ RÊVERSHARGER (เดิมชื่อ SHARGE) ใช้ค้นหาสถานี ดูสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ จองหัวชาร์จ สั่งเริ่ม/หยุดชาร์จ ดูประวัติ และสะสมแต้ม (เชื่อม Central The 1)
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี RÊVERSHARGER/SHARGE ที่โชว์รูม BYD ห้างสรรพสินค้า คอนโด/โครงการที่อยู่อาศัย และสถานที่พันธมิตร (เช่น Sansiri, Pruksa, Raimon Land, Porsche, PTT, Central Retail ตามที่ระบุใน App Store) มีทั้ง AC Type 2 และ DC CCS2
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "ReverSharger" จาก App Store หรือ Google Play (ผู้พัฒนา Sharge Management) หรือใช้เมนู Charging ในแอป Rêver Automotive
- 2. สมัครบัญชีด้วยอีเมล แล้วยืนยันตัวตนตามขั้นตอนในแอป
- 3. กรอกโปรไฟล์ และเพิ่มข้อมูลรถ (ประเภท/ยี่ห้อ/รุ่น)
- 4. ผูกบัตรเครดิตหรือเดบิตสำหรับชำระค่าชาร์จ
- 5. เปิดสิทธิ์ Location เพื่อให้แอปแสดงสถานีใกล้ตัว (ไม่บังคับ)
วิธีชาร์จ
- 1. ค้นหาสถานีในแอป (ใช้ตัวกรองจังหวัด/ประเภทหัวชาร์จ/ระยะทางได้) บางสถานีต้องจองก่อน
- 2. จอดรถให้สายถึงช่องชาร์จ แล้วเสียบหัวชาร์จ (AC Type 2 หรือ DC CCS2) ให้แน่น
- 3. ในแอปเลือกสถานีและหมายเลขหัวชาร์จให้ตรงกับตู้ หรือกด Scan QR Code ที่หน้าตู้
- 4. ตรวจค่าบริการและเงื่อนไข แล้วกดเริ่มชาร์จ และดูที่หน้าจอรถว่ากำลังชาร์จ
- 5. เมื่อเสร็จให้กดหยุด/สิ้นสุดเซสชันในแอป ถอดหัวชาร์จ แล้วรีบย้ายรถออกจากช่องชาร์จ
การจ่ายเงิน: บัตรเครดิต/เดบิตที่ผูกไว้ในแอป และใช้คะแนนสะสม (Loyalty เช่น Central The 1) ได้ บางสถานีขอใบกำกับภาษีได้ถ้าแจ้งข้อมูลไว้ล่วงหน้า ระบบอาจกันวงเงินบัตรไว้ชั่วคราว
- เคล็ดลับ: รองรับ Plug & Charge (เสียบแล้วชาร์จอัตโนมัติไม่ต้องสแกน) แต่ต้องเป็นรถ บัญชี และสถานีที่รองรับเท่านั้น
- เคล็ดลับ: บางสถานีมีค่าจอดรถแยกจากค่าชาร์จ ควรเช็กในแอปก่อน และย้ายรถทันทีเมื่อชาร์จเสร็จ
- เคล็ดลับ: ไม่ใช่ทุกสถานีเปิด 24 ชม. ควรเช็กเวลาเปิดและสถานะหัวชาร์จในแอปก่อนเดินทาง
- เคล็ดลับ: ลูกค้า BYD ใช้เมนู Charging ในแอป Rêver Automotive ได้ด้วย
SPARK EV Charging
แอปของเครือข่ายสถานีชาร์จเร็ว (Ultra-fast DC) SPARK EV ใช้ค้นหาสถานี ดูสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ สั่งเริ่ม/หยุดชาร์จจากมือถือ ดูประวัติการชาร์จ ยอดเงินคงเหลือ และใบเสร็จดิจิทัล
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานีชาร์จ SPARK EV ซึ่งส่วนใหญ่ติดตั้งในปั๊มน้ำมันบางจาก (เริ่มจาก Bangchak EV Pavilion หัวหิน และมีแผนขยายเป็น 250+ สถานีทั่วประเทศ)
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "SPARK EV Charging" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. สมัครสมาชิกและลงทะเบียนบัญชีในแอป
- 3. เติมเงินเข้า Wallet (กระเป๋าเงินในแอป) ก่อนใช้งาน
- 4. ถ้ามีโค้ดส่วนลด/คูปอง ให้กรอกในเมนู Coupon Wallet
วิธีชาร์จ
- 1. ค้นหาสถานี SPARK ในแผนที่ของแอป (ส่วนใหญ่อยู่ในปั๊มบางจาก) และเช็กว่าหัวชาร์จว่างก่อนออกเดินทาง
- 2. จอดในช่อง EV เปิดฝาช่องชาร์จ แล้วเสียบหัวชาร์จให้แน่นจนล็อก
- 3. เปิดแอปแล้วสแกน QR ที่ตู้ หรือเลือกหัวชาร์จในแอปเพื่อกดเริ่มชาร์จ
- 4. ดูสถานะ kW/เวลาในแอป ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อชาร์จเต็ม
- 5. กด "หยุดชาร์จ" ในแอปก่อนถอดหัวชาร์จ แล้วระบบจะตัดเงินจาก Wallet และออกใบเสร็จดิจิทัล
การจ่ายเงิน: ตัดเงินจาก Wallet ในแอป (เติมเงินล่วงหน้า ซึ่งแอปบอกว่าเติมได้หลายช่องทาง) และใช้คูปองจาก Coupon Wallet ได้
- เคล็ดลับ: หน้า App Store ระบุภาษาของแอปเพียงอังกฤษและจีนตัวเต็ม ผู้เช่าควรเตรียมใช้เมนูภาษาอังกฤษ (ยังไม่ยืนยันว่ามีภาษาไทย)
- เคล็ดลับ: มีโปรแกรมสะสมแต้ม/Loyalty สำหรับผู้ใช้ในไทย
- เคล็ดลับ: มีรายงาน (จากโพสต์รีวิว Lemon8) ว่าแอป ReverSharger เริ่มทดลองระบบ roaming กับ Spark EV แต่ยังไม่มีแหล่งทางการยืนยัน
MEA EV (กฟน.)
แอปของ MEA สำหรับค้นหา จอง และชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทุกชนิด ค้นหาและนำทางไปสถานีด้วยแผนที่ จองหัวชาร์จล่วงหน้า สั่ง Start/Stop ชาร์จจากแอปพร้อมดูข้อมูลการชาร์จ ดูประวัติ และจ่ายเงินผ่าน MEA Wallet
เครือข่ายที่ครอบคลุม: ค้นหาได้ทั้งสถานีของ MEA, EA Anywhere และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) แต่จองและสั่ง Start/Stop ได้เฉพาะสถานีที่ลงทะเบียนกับ MEA ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ มีทั้ง AC และ DC
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "MEA EV" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. เปิดแอปแล้วกดสมัครสมาชิก กรอกข้อมูลสร้างบัญชี
- 3. เติมเงินเข้า MEA Wallet ในแอปเพื่อใช้จ่ายค่าชาร์จ
วิธีชาร์จ
- 1. เปิดแอป ค้นหาสถานี MEA ใกล้คุณ แล้วกดนำทางไปที่สถานี (จะจองหัวชาร์จล่วงหน้าก่อนก็ได้)
- 2. ที่สถานี เลือกหัวชาร์จที่จะใช้ตามขั้นตอนบนหน้าจอแอป แล้วเสียบสายเข้ากับรถ
- 3. กด Start ในแอป แล้วดูข้อมูลการชาร์จระหว่างชาร์จ
- 4. กด Stop เมื่อพอแล้ว ระบบหักค่าชาร์จจาก MEA Wallet และดูประวัติการชาร์จย้อนหลังได้ในแอป
การจ่ายเงิน: MEA Wallet ในแอป (คิดเงินตามพลังงานที่ใช้จริง หรือ Energy Based)
- เคล็ดลับ: จองและสั่งชาร์จผ่านแอปได้เฉพาะสถานีของ MEA ส่วนสถานี EA / EVAT แอปใช้ได้แค่ค้นหาและนำทาง
- เคล็ดลับ: แอปช่วยวางแผนเส้นทางและมีจุดแวะชาร์จ (stopover) ให้ด้วย
- เคล็ดลับ: เวอร์ชันล่าสุดกรอกข้อมูลใบกำกับภาษีในแอปได้
- เคล็ดลับ: ติดต่อ MEA LINE @meathailand หรือ callcenter@mea.or.th
OneCharge
แพลตฟอร์มชาร์จ EV แบบเปิดที่ไม่ผูกกับยี่ห้อเครื่องชาร์จ ฝั่งผู้ขับใช้แอปค้นหาสถานี ดูสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ เริ่มชาร์จจากหน้าสถานี/สแกน QR/แตะบัตร RFID/AutoCharge ดู % แบต (SOC) และจ่ายเงินในแอป
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานีของเจ้าของสถานที่ต่างๆ (คอนโด อาคาร ที่จอดรถ ร้านค้า) ที่ใช้ระบบหลังบ้านของ OneCharge ไม่ใช่เครือข่ายแบรนด์เดียว ดูสถานีที่ใช้ได้จากแผนที่ในแอป
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "OneCharge" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. สมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์ (ยืนยันเบอร์) หรืออีเมล + รหัส OTP แล้วกดยอมรับเงื่อนไข
- 3. เพิ่มข้อมูลรถ (ยี่ห้อ/รุ่น/ทะเบียน) เพื่อใช้ AutoCharge
- 4. ผูกบัตรเครดิต/เดบิต หรือเติมเงินเข้า Wallet (เลือกจำนวนเงินเองได้)
วิธีชาร์จ
- 1. ค้นหาสถานีใกล้ตัวในแอป และเช็กหัวชาร์จที่ว่าง
- 2. เสียบหัวชาร์จเข้ารถ
- 3. เปิดแอปแล้วสแกน QR ที่เครื่องชาร์จ หรือกดเริ่มชาร์จจากหน้าสถานี (หรือแตะบัตร RFID)
- 4. ติดตามการชาร์จและ % แบต (SOC) แบบเรียลไทม์ในแอป
- 5. หยุดชาร์จในแอป ถอดหัวชาร์จ ระบบตัดเงินและออกใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ
การจ่ายเงิน: บัตรเครดิต/เดบิต (บันทึกบัตรไว้จ่ายคลิกเดียว), Mobile Banking, TrueMoney Wallet, PromptPay/QR Payment สำหรับเติม Wallet และบัตร RFID
- เคล็ดลับ: AutoCharge (เสียบปุ๊บชาร์จปั๊บ): เพิ่มข้อมูลรถ สแกน QR ที่เครื่อง ถอดแล้วเสียบสายใหม่ให้ระบบจับคู่รถ ครั้งต่อไปเสียบแล้วเริ่มชาร์จเอง
- เคล็ดลับ: แตะบัตร RFID เพื่อเริ่มชาร์จแทนการใช้มือถือได้
- เคล็ดลับ: ติดต่อฝ่ายบริการผ่าน LINE @OneCharge หรือ support@onecharge.co.th
- เคล็ดลับ: อย่าสับสนกับแอป "OneCharge EV" ซึ่งเป็นคนละบริษัท
iGreen+
แอปของเครือข่ายสถานีชาร์จ iGreen+ ใช้ค้นหาและนำทางไปสถานีใกล้ที่สุดแบบเรียลไทม์ (มีตัวกรอง) เริ่ม/หยุดชาร์จด้วยปุ่มเดียว และดูค่าชาร์จ/รายละเอียดการชาร์จแบบเรียลไทม์
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานีชาร์จ iGreen+ (เช่น iGreen+ Flagship@บางพลู พลาซ่า นนทบุรี และสถานีในปั๊มเชลล์ พหลโยธิน กม.27 ดอนเมือง ซึ่งมีหัว DC 120/240 kW) รวมถึงจุดที่ติดตั้งในคอนโด อาคาร และที่จอดรถ
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "iGreen+" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. เข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์และรหัส OTP ทาง SMS (ไม่ต้องตั้งรหัสผ่าน)
- 3. ตั้งค่าข้อมูลรถและวิธีชำระเงินในแอป
วิธีชาร์จ
- 1. ค้นหาสถานี iGreen+ ใกล้ตัวในแอป แล้วกดนำทาง
- 2. จอดรถและเสียบหัวชาร์จเข้ารถ
- 3. เลือกหัวชาร์จในแอป แล้วกดปุ่มเริ่มชาร์จ
- 4. ดูค่าชาร์จและพลังงานที่ได้แบบเรียลไทม์ในแอป แล้วกดปุ่มหยุดชาร์จเมื่อพอ จากนั้นถอดหัวชาร์จ
การจ่ายเงิน: แอปรองรับหลายช่องทางชำระเงิน (App Store ไม่ได้ระบุว่าช่องทางใดบ้าง) และมีระบบคูปอง
- เคล็ดลับ: แอป "iGreen+Link" เป็นเครื่องมือตั้งค่าเครื่องชาร์จ ไม่ใช่แอปสำหรับผู้ขับ ให้โหลด "iGreen+" เท่านั้น
- เคล็ดลับ: บางสถานีเปิด 24 ชั่วโมง (เช่น บางพลู และพหลโยธิน กม.27 ตามข่าว EV-Roads) และมีราคาช่วง On-Peak/Off-Peak ต่างกัน
- เคล็ดลับ: สมัครสมาชิกในแอปเพื่อรับโปรโมชัน/คูปอง
EVolt
แอปเครือข่ายสถานีชาร์จ EVolt ใช้ค้นหาสถานีใกล้ตัว ดูสถานะหัวชาร์จ (ว่าง/ใช้งาน/เสีย) เริ่ม/หยุดชาร์จผ่านมือถือหรือบัตร EVolt เติมเงิน และแลกแต้มเป็นคูปอง
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี EVolt 200+ แห่ง (กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี ภูเก็ต สงขลา และจังหวัดอื่น) ในห้าง อาคาร และสถานที่ต่างๆ
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "EVolt" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. สมัครสมาชิกและกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสร้างบัญชี
- 3. เพิ่มบัตรเครดิต หรือเติมเงินเข้า Wallet ล่วงหน้า
วิธีชาร์จ
- 1. เข้าเมนู "Public" เพื่อค้นหาสถานีใกล้ตัว (แสดงระยะทาง ประเภทหัว และกำลัง kW)
- 2. เลือกสถานี ดูหัวชาร์จที่ว่างและจุดที่ตั้ง (เช่น โซนในห้าง)
- 3. เสียบหัวชาร์จเข้ารถ แล้วเริ่มชาร์จจากแอป (สแกน/เลือกหัวชาร์จ) หรือแตะบัตร EVolt
- 4. กดหยุดชาร์จในแอป ระบบคิดเงินตามการใช้งานจริงในแอป
การจ่ายเงิน: บัตรเครดิต, Wallet ในแอป (เติมเงินล่วงหน้า), บัตร EVolt และเลือกวิธีชำระได้ทุกครั้งที่ชาร์จ
- เคล็ดลับ: มีบัตร EVolt สำหรับแตะเริ่มชาร์จแทนมือถือ
- เคล็ดลับ: แลกแต้มสะสมเป็นคูปองได้ และราคาอาจต่างกันตามประเภทบัญชี/กลุ่มผู้ขับ
- เคล็ดลับ: รีวิวใน App Store มีผู้ใช้บ่นเรื่องสแกนไม่ติด ถูกตัดเงินโดยไม่ได้ชาร์จ และถอนเงินคงเหลือใน Wallet ยาก จึงควรเติม Wallet ทีละน้อยหรือใช้บัตรเครดิต
Altervim Super Charge (ที่ Lotus's)
แอปสำหรับชาร์จที่สถานี Altervim Super Charge ใช้ค้นหาสถานี จองหัวชาร์จ สแกน QR ที่ตู้เพื่อชาร์จทันที ดูสถานะ และกดเริ่ม/หยุดชาร์จในแอป แสดงราคาของแต่ละสถานี
เครือข่ายที่ครอบคลุม: สถานี Altervim Super Charge ในโลตัส (Lotus's) ประมาณ 100 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว มีทั้ง DC Super Charge และ AC Normal Charge
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "Altervim Super Charge" จาก App Store หรือ Google Play
- 2. เปิดแอปและลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัวในการใช้งานครั้งแรก
- 3. ถ้ามีโค้ดส่วนลด (เช่น แลกจากแต้ม Lotus's) ให้เก็บไว้ใช้ตอนชาร์จ
วิธีชาร์จ
- 1. ค้นหาสถานีในแอป (จองหัวชาร์จล่วงหน้าได้)
- 2. จอดให้ตรงช่อง เช็กความยาวสายกับตำแหน่งช่องชาร์จของรถ แล้วเสียบหัวชาร์จ
- 3. สแกน QR ที่ตู้ แล้วเลือกประเภทการชาร์จ (DC Super Charge หรือ AC Normal Charge)
- 4. ตรวจค่าบริการที่แสดง ใช้โค้ดส่วนลดได้ถ้ามี แล้วยืนยันและชำระเงินในแอปเพื่อเริ่มชาร์จ
- 5. เมื่อเสร็จให้หยุดชาร์จในแอป แล้วถอดหัวชาร์จ
การจ่ายเงิน: ชำระผ่านแอป (ยังไม่ยืนยันช่องทางที่รองรับ) และใช้โค้ดส่วนลดได้ (เช่น แลกด้วย Lotus's Coins)
- เคล็ดลับ: เหมาะใช้ชาร์จระหว่างจอดซื้อของที่โลตัส
- เคล็ดลับ: เลือกประเภทตู้ (DC Super Charge หรือ AC Normal Charge) ให้ถูกก่อนกดยืนยัน
- เคล็ดลับ: ติดต่อ LINE @Altervim หรือโทร 02-114-8715
- เคล็ดลับ: แอปมีคะแนนรีวิวต่ำใน App Store (ราว 2.6/5) และอัปเดตล่าสุดที่เห็นคือปี 2024 ควรมีแอปสำรอง
PlugShare (แผนที่จุดชาร์จ)
แอปแผนที่สถานีชาร์จทั่วโลกที่ผู้ใช้ช่วยกันอัปเดต ใช้ค้นหาสถานี กรองตามหัวชาร์จและกำลังไฟ ดูรีวิว รูปภาพ และการเช็กอินจากผู้ใช้คนอื่น และวางแผนทริป ในไทยใช้เพื่อหาและเช็กสถานีเป็นหลัก
เครือข่ายที่ครอบคลุม: รวมสถานีจากหลายเครือข่ายทั่วโลก (กว่า 200 ประเทศ รวมไทย) ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้ ความครบและความอัปเดตจึงขึ้นอยู่กับชุมชน
วิธีสมัคร
- 1. ดาวน์โหลดแอป "PlugShare" จาก App Store หรือ Google Play (หรือใช้บนเว็บ plugshare.com)
- 2. สมัครบัญชีฟรีเพื่อเช็กอิน เขียนรีวิว เพิ่มสถานี หรือบันทึกประวัติการชาร์จ
- 3. ตั้งค่ารถหรือชนิดหัวชาร์จ (เช่น CCS2, Type 2, CHAdeMO) ให้ตัวกรองแสดงเฉพาะสถานีที่รถคุณใช้ได้
วิธีชาร์จ
- 1. เปิดแผนที่ ค้นหาสถานีใกล้คุณหรือตามเส้นทาง แล้วกรองตามหัวชาร์จ กำลังไฟ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
- 2. แตะสถานีเพื่อดูรายละเอียด ชนิดหัวชาร์จ เครือข่ายเจ้าของ รูปภาพ และเช็กอินล่าสุดว่ายังใช้งานได้ไหม
- 3. นำทางไปที่สถานี แล้วเริ่มชาร์จและจ่ายเงินผ่านแอปของเครือข่ายเจ้าของสถานีนั้น (เช่น PluZ, PEA VOLTA, EleXA) เพราะ PlugShare สั่งชาร์จหรือจ่ายเงินในไทยไม่ได้
- 4. เช็กอิน: เปิดหน้ารายละเอียดสถานี > กด Check In > เลือกสถานะ (เช่น ชาร์จสำเร็จ, กำลังชาร์จ, ชาร์จไม่ได้) > ใส่คอมเมนต์หรือรูป > Submit
- 5. ถ้าเลือกสถานะ "กำลังชาร์จ" หรือ "รอคิว" อย่าลืมกด Check Out เมื่อเสร็จ
การจ่ายเงิน: ในไทย PlugShare ไม่มีระบบเริ่มชาร์จหรือจ่ายเงินในตัว (PEA VOLTA ยืนยันไว้) ต้องจ่ายผ่านแอปของเจ้าของสถานี ฟีเจอร์ Pay with PlugShare ใช้ได้เฉพาะสถานีที่ร่วมรายการ (บัตร Visa/Mastercard/Amex, Apple Pay/Google Pay) แต่ไม่พบว่ามีในไทย
- เคล็ดลับ: ดูเช็กอินล่าสุดก่อนออกเดินทาง ช่วยเลี่ยงตู้เสียหรือสถานีที่ปิดไปแล้ว
- เคล็ดลับ: ใช้ Trip Planner หาจุดชาร์จตลอดเส้นทางทริปยาว
- เคล็ดลับ: รองรับ Apple CarPlay สำหรับดูสถานีใกล้ตัว
- เคล็ดลับ: แจ้งพิกัดผิดหรือเพิ่มสถานีใหม่ได้ ช่วยให้ข้อมูลในไทยแม่นขึ้น
คำแนะนำสำหรับลูกค้าเช่ารถ EVCNX
- ดาวน์โหลดและสมัครแอปหลักไว้ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 2–3 แอป เช่น EV Station PluZ, EleXA และ PEA VOLTA เพราะการยืนยัน OTP และผูกบัตรที่ตู้ชาร์จอาจใช้เวลา
- รถส่งมอบพร้อมแบต 85% ขึ้นไป ร้านคืนค่าชาร์จให้ 1 บิล คืนรถโดยเหลือแบตไม่ต่ำกว่า 20% และพนักงานจะสอนวิธีชาร์จตอนส่งรถ
- ใช้ PlugShare หรือแผนที่ในแอปเช็กว่าตู้ว่างและใช้งานได้ก่อนขับไปถึง
- ชาร์จถึงราว 80% ก็พอ ช่วง 80–100% ชาร์จช้ามาก
ข้อมูลแอปและขั้นตอนอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน ตรวจสอบในแอปหรือหน้าเว็บของผู้ให้บริการก่อนใช้งาน · คำนวณค่าชาร์จเทียบค่าน้ำมันได้ที่ /tools/ev-cost/