การชาร์จรถไฟฟ้าตามปั๊มหรือจุดพักรถในไทยไม่ได้ยากกว่าเติมน้ำมันเท่าไร ต่างกันตรงที่ทุกอย่างทำผ่านแอปในมือถือ ไม่มีพนักงานมาเติมให้ และต้องรอราวครึ่งชั่วโมงแทนที่จะเสร็จในไม่กี่นาที ถ้าเตรียมแอปกับวิธีจ่ายเงินไว้ก่อนออกเดินทาง ครั้งแรกที่ตู้ชาร์จก็จะไม่ติดขัด
ก่อนออกเดินทาง: โหลดแอปไว้ 1–2 ตัว
ตู้ชาร์จในไทยแยกเครือข่ายกัน และส่วนใหญ่ต้องใช้แอปของเครือข่ายนั้นสั่งเริ่มชาร์จ แนะนำให้โหลดอย่างน้อยสองแอป สมัครและผูกวิธีจ่ายเงินให้เสร็จก่อนออกเดินทาง
| แอป | เครือข่าย / ผู้ให้บริการ | การจ่ายเงิน (ตามข้อมูลผู้ให้บริการ) |
|---|---|---|
| EV Station PluZ | ปตท. (OR) ตู้ส่วนใหญ่อยู่ในปั๊ม PTT Station | ผูกบัตรเครดิต/เดบิตในแอป |
| PEA VOLTA | การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีทั้งในปั๊มและที่ทำการ กฟภ. | เติมเงินผ่าน Thai QR Code หรือบัตรเครดิต/เดบิต |
| EleXA | กฟผ. (สถานี EleX by EGAT) และค้นหาสถานีของเครือข่ายอื่นได้ | บัตรเครดิต โมบายแบงก์กิ้ง พร้อมเพย์ และ Max Me Wallet |
| EA Anywhere | บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด | ค้นหา จอง ชาร์จ และจ่ายเงินในแอป |
รู้จักหัวชาร์จ: CCS2 กับ Type 2
รถไฟฟ้าที่ขายในไทยส่วนใหญ่ใช้หัวชาร์จสองแบบ หัว CCS2 เป็นหัวชาร์จเร็ว (DC) หน้าตาเหมือนหัว Type 2 แต่มีขาใหญ่สองขาเพิ่มด้านล่าง ส่วน Type 2 เป็นหัวชาร์จปกติ (AC) ตามห้าง โรงแรม หรือคอนโด ที่ตู้ PEA VOLTA บางแห่งยังมีหัว CHAdeMO สำหรับรถรุ่นเก่าบางยี่ห้อ ให้เลือกสายที่เขียนว่า CCS2 เสมอเมื่อต้องการชาร์จเร็ว
| DC ชาร์จเร็ว | AC ชาร์จปกติ | |
|---|---|---|
| หัวชาร์จ | CCS2 | Type 2 |
| เวลาโดยประมาณ | 30% → 80% ราว 30 นาที (เครื่องกำลังสูง) | 4–8 ชั่วโมง |
| เจอที่ไหน | ปั๊มน้ำมัน จุดพักทางหลวง | ห้าง โรงแรม คอนโด ออฟฟิศ |
| เหมาะกับ | เดินทางไกล แวะชาร์จสั้น ๆ | จอดทิ้งไว้นาน |
ขั้นตอนที่ตู้ชาร์จ DC ทำตามได้เลย
- เปิดแอปดูสถานะตู้ก่อนขับไป ว่าหัวชาร์จว่างและเปิดให้บริการอยู่
- จอดรถในช่องชาร์จให้สายเอื้อมถึงช่องเสียบ ดับรถหรือเข้าเกียร์ P แล้วเปิดฝาช่องชาร์จ
- ดึงหัว CCS2 ออกจากตู้ เสียบเข้ารถให้สุดจนได้ยินเสียงล็อก
- เปิดแอป กดสแกน QR Code ที่ติดอยู่บนตู้หรือข้างหัวชาร์จ (บางตู้มีหลายหัว ให้สแกนให้ตรงกับหัวที่เสียบ บางเครือข่ายให้สแกนก่อนเสียบสาย ทำตามลำดับที่แอปบอก)
- เลือกหัวชาร์จหรือวิธีจ่ายเงินตามที่แอปถาม แล้วกดเริ่มชาร์จ รอสักครู่จนหน้าจอตู้หรือแอปแสดงว่ากำลังจ่ายไฟ
- ระหว่างรอดูเปอร์เซ็นต์แบตได้จากแอป ไปเข้าห้องน้ำหรือซื้อกาแฟได้ แต่อย่าไปไกล
- เมื่อแบตได้ตามต้องการ กดหยุดชาร์จในแอป รอให้หัวปลดล็อก แล้วถอดสายเก็บเข้าที่ตู้
- ตรวจยอดเงินและใบเสร็จในแอป แคปหน้าจอเก็บไว้ แล้วขับรถออกจากช่องทันที
ทำไมควรหยุดที่ราว 80%
PEA VOLTA อธิบายว่าเมื่อแบตเกิน 80% กำลังไฟที่ตู้จ่ายเข้ารถจะลดลงตามคุณลักษณะของแบตเตอรี่ รถหลายรุ่นรับไฟชาร์จเร็วได้เต็มที่เฉพาะช่วงราว 20–80% การนั่งรอช่วง 80–100% จึงเสียเวลามากเมื่อเทียบกับไฟที่ได้เพิ่ม ถ้ายังต้องขับต่อ ชาร์จถึง 80% แล้วไปแวะชาร์จอีกจุดข้างหน้าจะคุ้มเวลากว่า
มารยาทที่ตู้ชาร์จ
- ชาร์จเสร็จแล้วย้ายรถทันที หลายเครือข่ายคิดค่าจอดแช่ เช่น Grab รายงาน (ก.ย. 2569) ว่า EV Station PluZ คิด 10 บาท/นาที หลังพ้นช่วงผ่อนผัน 3 นาที เช็กเงื่อนไขในแอปของแต่ละเครือข่าย
- ไม่จอดรถในช่องชาร์จถ้าไม่ได้ชาร์จ
- ห้ามถอดสายของรถคันอื่น แม้หน้าจอจะดูเหมือนชาร์จเสร็จแล้ว
- ถ้ามีคนรอคิว ชาร์จเท่าที่จำเป็น และเก็บสายเข้าที่ให้เรียบร้อย
ถ้าตู้ชาร์จไม่ทำงาน ทำยังไงดี
- กดหยุดรายการในแอป ถอดหัวออก แล้วเสียบใหม่ให้แน่น จากนั้นสแกนเริ่มใหม่อีกครั้ง
- ลองหัวชาร์จอีกหัวหรือตู้อีกเครื่องในสถานีเดียวกัน
- ถ้ายังไม่ได้ เปิดแอปหาสถานีใกล้ที่สุดที่หัวชาร์จว่าง จะเร็วกว่ารอซ่อม
- ถ้าถูกตัดเงินแต่ไฟไม่เข้า แคปหน้าจอเก็บไว้แล้วแจ้งศูนย์บริการของเครือข่ายนั้น เช่น PEA VOLTA ติดต่อ PEA Contact Center 1129
- ลูกค้า EVCNX ที่แบตใกล้หมดหรือหาจุดชาร์จไม่ได้ โทร 095-995-3000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าชาร์จเท่าไหร่ และถ้าเช่ารถกับ EVCNX
ค่าชาร์จที่ตู้ DC คิดเป็นบาทต่อหน่วย (kWh) และมักแพงกว่าในช่วง On-Peak ตัวอย่างเช่น PEA VOLTA ระบุอัตราชาร์จเร็วไว้ราว 5.90–7.90 บาท/หน่วยตามประเภทสถานี (ข้อมูล ก.ค. 2569) ในทางปฏิบัติลูกค้าของร้านจ่ายค่าชาร์จราว 200–300 บาทต่อครั้ง
รถของ EVCNX ส่งมอบพร้อมแบต 85% ขึ้นไป ถือเป็นแบตฟรีถังแรก คืนรถโดยเหลือไม่ต่ำกว่า 20% ก็พอ ไม่ต้องชาร์จเต็ม ระหว่างเช่าถ้าต้องชาร์จ ร้านคืนค่าชาร์จให้ 1 บิล ส่วนคนที่ไม่เคยชาร์จมาก่อน พนักงานจะสอนวิธีชาร์จตอนส่งมอบรถ