BMW Group เริ่มการผลิตแบบซีรีส์ (series production) ของ BMW i3 รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่โรงงานมิวนิก ประเทศเยอรมนี ชื่อ i3 กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่รถเมืองคันเล็กแบบรุ่นแรก หากเป็นซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของแพลตฟอร์ม Neue Klasse ต่อจาก iX3
รุ่นแรกที่ออกจากสายการผลิต
รุ่นที่เริ่มผลิตคือ i3 50 xDrive ขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์คู่ กำลังรวม 463 แรงม้า ตามข้อมูลเบื้องต้นของ BMW ส่วนรุ่นอื่นในตระกูลจะตามมาภายหลัง จุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน Gen6 และแบตเตอรี่รุ่นที่ 6
- ระยะทางตามมาตรฐาน WLTP (ค่าเบื้องต้น) 758–912 กม.
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 13.4–16.1 kWh/100 กม.
- ชาร์จเร็ว DC ได้สูงสุด 400 kW เติมระยะทางได้ราว 400 กม. (WLTP) ใน 10 นาที
- ราคาในเยอรมนี: รุ่น First Edition เริ่ม 75,340 ยูโร รุ่นปกติ 65,900 ยูโร
- ส่งมอบในยุโรปตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง 2569 โดยให้ First Edition ก่อน ส่วนสหรัฐฯ ช่วงปี 2570
โรงงานเก่าแก่ที่กำลังเปลี่ยนเป็นโรงงานรถไฟฟ้าล้วน
โรงงานมิวนิกเคยผลิต BMW 3 Series มาตั้งแต่ปี 2518 และผลิตรถมาแล้วกว่า 9 ล้านคัน การปรับปรุงเพื่อรองรับ Neue Klasse ใช้เวลาราว 4 ปี โดยยังคงเดินสายการผลิตเดิมได้ถึงวันละราว 1,000 คันระหว่างก่อสร้าง BMW ระบุว่าต้นทุนการผลิตลดลงอีกราว 10% และตั้งแต่ปี 2570 โรงงานแห่งนี้จะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเท่านั้น แบตเตอรี่มาจากโรงงานใหม่ที่ Irlbach-Strasskirchen ในบาวาเรีย ส่วนมอเตอร์มาจากโรงงาน Steyr ในออสเตรีย
นอกจากมิวนิกแล้ว BMW ยังวางแผนผลิต i3 ที่โรงงาน San Luis Potosí ในเม็กซิโกตั้งแต่ปี 2570 ขณะที่เวอร์ชันฐานล้อยาวที่ผลิตในจีนจะไม่ส่งไปขายในยุโรปและอเมริกาเหนือ
มุมมองสำหรับตลาดไทย
BMW ยังไม่ได้ประกาศแผนนำ i3 รุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดในไทย แต่การที่ Neue Klasse เริ่มผลิตจริงทั้ง iX3 และ i3 ทำให้เห็นทิศทางชัดเจนว่ารถไฟฟ้าพรีเมียมจากยุโรปกำลังไล่ตามระยะทางและความเร็วชาร์จของแบรนด์จีน ผู้ที่สนใจซีดานไฟฟ้าหรูในไทยคงต้องติดตามว่า BMW จะเลือกเปิดตัว Neue Klasse ในภูมิภาคนี้เมื่อใด