Tesla เปิดเผยตัวเลขการผลิตและส่งมอบรถยนต์ประจำไตรมาส 3 ปี 2026 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ โดยส่งมอบรถทั่วโลกได้ 486,532 คัน ลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ 461,974 คันอยู่ราว 24,500 คัน และเพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาส 2 ที่ส่งมอบ 480,126 คัน
ตัวเลขสำคัญของไตรมาส
- ผลิตรวม 464,391 คัน แบ่งเป็น Model 3/Y 457,387 คัน และรุ่นอื่น 7,004 คัน
- ส่งมอบรวม 486,532 คัน แบ่งเป็น Model 3/Y 478,237 คัน และรุ่นอื่น 8,295 คัน
- ส่งมอบมากกว่าผลิต 22,141 คัน หมายความว่าสต็อกรถลดลงต่อเนื่อง
- ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน 13.7 GWh เพิ่มขึ้น 9.6% จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 15.9 GWh
- ยอดส่งมอบสะสม 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 1,324,681 คัน เพิ่มขึ้น 8.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2025
ทำไมยอดลดลงแต่ตลาดมองว่าดี
ฐานเปรียบเทียบของปีก่อนสูงผิดปกติ ไตรมาส 3 ปี 2025 Tesla ส่งมอบ 497,099 คัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัท เพราะผู้ซื้อในสหรัฐฯ เร่งรับรถก่อนเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลกลางจะหมดอายุในปลายเดือนกันยายน 2025 การที่ปีนี้ไม่มีแรงส่งพิเศษดังกล่าวแต่ยอดลดลงเพียง 2.1% จึงออกมาดีกว่าที่ตลาดกังวล โดยตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์แต่ละสำนักกระจายตัวกว้าง ตั้งแต่ราว 4.2 แสนคันไปจนถึง 4.8 แสนคัน
รถกลุ่ม Model 3 และ Model Y ยังเป็นแกนหลักเกือบทั้งหมด คิดเป็นกว่า 98% ของยอดส่งมอบ ส่วนกลุ่ม "รุ่นอื่น" ซึ่งรวมถึง Cybertruck มียอดส่งมอบ 8,295 คัน ลดลงเกือบครึ่งจากปีก่อน ด้านธุรกิจพลังงาน แม้ยอดติดตั้งจะโตจากปีก่อน แต่ก็ยังต่ำกว่าสถิติสูงสุด 14.2 GWh ที่ทำไว้ในไตรมาส 4 ปี 2025
เกี่ยวอะไรกับคนไทย
Tesla ไม่ได้เปิดเผยยอดแยกรายประเทศในรายงานนี้ จึงไม่มีตัวเลขของตลาดไทยโดยตรง แต่ Model 3 และ Model Y ซึ่งเป็นรุ่นที่คนไทยคุ้นเคยคือกลุ่มที่ประคองยอดรวมไว้ได้ ภาพรวมที่ทรงตัวท่ามกลางคู่แข่งจีนที่ทำสถิติใหม่หลายรายในเดือนกันยายน สะท้อนว่าการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะยังเข้มข้นต่อไป ซึ่งเป็นผลดีกับผู้ซื้อ
จุดที่ต้องติดตามต่อคือผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ Tesla จะประกาศหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2026 ซึ่งจะบอกได้ว่ายอดส่งมอบระดับนี้แลกมาด้วยอัตรากำไรที่ลดลงหรือไม่