BloombergNEF (BNEF) เผยแพร่รายงาน Electric Vehicle Outlook 2026 เมื่อ 16 มิถุนายน 2569 คาดว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าทั่วโลกทำสถิติใหม่ ที่มากกว่า 23 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2568 และคิดเป็นราว 27% ของรถใหม่ที่ขายทั่วโลก เทียบกับเพียง 9% เมื่อ 5 ปีก่อน
ตัวเลขสำคัญจากรายงาน
- จีนครองสัดส่วน 63% ของยอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2568
- BNEF คาดยอดขายรถไฟฟ้าในสหรัฐฯ ปี 2569 ลดลง 19% หลังรัฐบาลกลางถอนมาตรการสนับสนุน
- คาดว่ารถยนต์นั่งใหม่เกินครึ่ง (52%) จะเป็นรถไฟฟ้าภายในปี 2578
- ความต้องการน้ำมันสำหรับการขนส่งทางถนนคาดว่าจะถึงจุดสูงสุดในปี 2572
ปรับลดคาดการณ์ระยะยาว
แม้ภาพรวมยังโต แต่ BNEF ปรับลดคาดการณ์ระยะยาวลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน เหตุผลหลักมาจากสหรัฐฯ ที่ยกเลิกมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางและผ่อนเกณฑ์ประหยัดเชื้อเพลิง และจากจีนที่ตลาดเริ่มอิ่มตัว การแข่งขันรุนแรง และเกณฑ์รับสิทธิประโยชน์รถไฟฟ้าเข้มงวดขึ้น
ตลาดเกิดใหม่แซงสหรัฐฯ รวมถึงไทย
จุดที่น่าสนใจคือหลายตลาดเกิดใหม่มีสัดส่วนรถไฟฟ้าสูงกว่าสหรัฐฯ แล้ว ในปี 2568 สิงคโปร์มีสัดส่วนรถไฟฟ้าราว 48% ของรถใหม่ เวียดนาม 39% ไทย 27% และตุรกี 22% โดยเวียดนามมียอดขายรถไฟฟ้าเกือบเพิ่มเป็นสองเท่าที่ 179,000 คัน ซึ่ง VinFast ครองตลาดถึง 98%
สำหรับไทย BNEF ระบุว่ารถไฟฟ้าที่ขายในปี 2568 เป็นแบรนด์จีนถึง 88% สะท้อนว่าแบรนด์อย่าง BYD, GWM, AION, Changan, Chery และ Geely ครองตลาดรถไฟฟ้าไทยอย่างชัดเจน
หมายความว่าอะไรสำหรับผู้ใช้รถในไทย
ตัวเลข 27% บอกว่ารถไฟฟ้าในไทยไม่ใช่ของใหม่เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นตัวเลือกของผู้ซื้อรถใหม่มากกว่าหนึ่งในสี่ สิ่งที่ตามมาคือการแข่งขันด้านราคาและรุ่นใหม่ที่จะยังเข้มข้น เครือข่ายสถานีชาร์จที่ต้องขยายให้ทัน และตลาดรถไฟฟ้ามือสองที่ใหญ่ขึ้น ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่ารถไฟฟ้าเหมาะกับการใช้งานของตัวเองหรือไม่ การลองขับจริงในชีวิตประจำวันสักระยะก่อนตัดสินใจซื้อยังเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดี