BYD ประกาศยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ประจำเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 440,293 คัน เพิ่มขึ้น 17.84% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเดือนกรกฎาคม 5.03% นับเป็นเดือนที่ขายได้มากที่สุดของปีนี้ แต่ตัวเลขที่น่าจับตาที่สุดคือยอดขายนอกประเทศจีนที่ทำสถิติใหม่อีกครั้ง
ตัวเลขสำคัญเดือนสิงหาคม
- ยอดขายต่างประเทศ 189,466 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 134.45% จากปีก่อน คิดเป็นราว 43% ของยอดรวม
- ยอดขายในจีน 250,827 คัน ลดลง 14.34% จากปีก่อน แม้จะขยับขึ้นจากเดือนกรกฎาคมเล็กน้อย
- รถไฟฟ้าล้วน (BEV) กลุ่มรถนั่ง 256,230 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นครั้งแรกที่เกิน 250,000 คันในเดือนเดียว
- รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 177,154 คัน เพิ่มขึ้นราว 3% จากปีก่อน
- สัดส่วนรถไฟฟ้าล้วนคิดเป็น 59.1% ของรถนั่งพลังงานใหม่ทั้งหมด จาก 53.7% ในปีก่อน
ภาพรวมทั้งปียังติดลบ
แม้เดือนสิงหาคมจะออกมาดี แต่ยอดสะสมมกราคม–สิงหาคม 2569 อยู่ที่ราว 2.67 ล้านคัน ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 6.8% สะท้อนว่าตลาดในจีนที่แข่งขันกันดุเดือดยังเป็นแรงกดดันหลัก ขณะที่ตลาดต่างประเทศกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวจริง โดยยอดขายต่างประเทศ 8 เดือนแรกรวมกว่า 1.16 ล้านคัน เพิ่มขึ้นราว 86%
ความหมายต่อตลาดไทย
ไทยเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศสำคัญของ BYD โดยมีโรงงานประกอบในประเทศที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 และข้อมูลยอดจดทะเบียนรถใหม่ช่วงมกราคม–สิงหาคม 2569 ระบุว่า BYD จดทะเบียนในไทยไปแล้ว 31,772 คัน การที่บริษัทแม่หันมาพึ่งพาตลาดนอกจีนมากขึ้น ทำให้คาดได้ว่าการแข่งขันด้านราคาและการเปิดตัวรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียนจะยังเข้มข้นต่อไป ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่กำลังมองหารถไฟฟ้าคันแรก
อีกประเด็นที่ควรติดตามคือสัดส่วนรถไฟฟ้าล้วนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงว่าแม้ BYD จะมีทั้งรถปลั๊กอินไฮบริดและไฟฟ้าล้วน แต่ความต้องการรถ BEV ยังเติบโตเร็วกว่า ทั้งในจีนและตลาดส่งออก
ใครอยากลองขับรถ BYD ก่อนตัดสินใจ ที่ EVCNX มีให้เช่าทั้ง BYD Dolphin, ATTO 3 และ Seal เริ่มต้น 1,100 บาท/วัน