จีนเตรียมบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับรถไฟฟ้า 2 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ GB 38031-2025 ว่าด้วยความปลอดภัยของแบตเตอรี่ขับเคลื่อน และ GB 18384-2025 ว่าด้วยความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ที่สื่อจีนเรียกกันว่ามาตรฐาน “ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด”
มีอะไรเปลี่ยนไป
กฎเดิมกำหนดเพียงว่าระบบต้องส่งสัญญาณเตือนอย่างน้อย 5 นาทีก่อนที่แบตเตอรี่จะเกิดไฟไหม้หรือระเบิด เพื่อให้ผู้โดยสารมีเวลาออกจากรถ แต่มาตรฐานใหม่ยกระดับเป็นแบตเตอรี่ต้องไม่ติดไฟและไม่ระเบิดเลย แม้เซลล์จะเกิดความร้อนสะสมจนควบคุมไม่ได้ (thermal runaway)
- แบตเตอรี่ต้องไม่ติดไฟหรือระเบิดหลังเกิด thermal runaway ยังต้องมีสัญญาณเตือน และควันต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร
- เพิ่มการทดสอบการกระแทกใต้ท้องรถ จำลองการครูดหรือชนสิ่งกีดขวางด้านล่าง
- ทดสอบชาร์จเร็ว 300 รอบ แล้วตามด้วยการลัดวงจรภายนอก ต้องไม่ติดไฟหรือระเบิด
- รถไฟฟ้าต้องมีกลไกตัดวงจรไฟแรงสูงแบบกายภาพ “กดครั้งเดียว” ที่ทำงานได้โดยไม่พึ่งซอฟต์แวร์
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
CarNewsChina รายงานว่า CATL และ BYD ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของตนผ่านเกณฑ์ใหม่แล้วตั้งแต่กลางปี 2568 ขณะที่ electrive อ้างการประเมินที่ China Auto News นำเสนอว่า การปฏิบัติตามมาตรฐานอาจทำให้ต้นทุนระบบแบตเตอรี่สูงขึ้น 15–20% ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายเล็กอาจรับภาระค่าวิจัยพัฒนาได้ยาก ส่วนแบตเตอรี่ชนิด LFP ซึ่งมีเสถียรภาพทางความร้อนดีกว่าโดยธรรมชาติ ถูกมองว่าจะได้เปรียบ ส่วนราคารถที่ผู้บริโภคจ่ายจริงจะขึ้นกับกลยุทธ์ของแต่ละค่าย
เกี่ยวอะไรกับผู้ใช้รถในไทย
รถไฟฟ้าที่ขายในไทยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จีน และหลายรุ่นใช้แบตเตอรี่จากผู้ผลิตจีนอย่าง BYD และ CATL มาตรฐานนี้บังคับใช้กับตลาดจีน ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีผลกับรถที่ขายในไทยโดยตรง แต่เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่ปรับสายการผลิตให้ผ่านเกณฑ์ใหม่แล้ว เทคโนโลยีที่ปลอดภัยขึ้นก็มีโอกาสถูกนำมาใช้ในรถรุ่นส่งออกตามไปด้วย
สำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า ข้อควรรู้เบื้องต้นยังเหมือนเดิม คือหลีกเลี่ยงการขับลุยสิ่งกีดขวางที่อาจกระแทกใต้ท้องรถ หากเกิดการกระแทกแรงบริเวณแบตเตอรี่ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ และชาร์จด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน