ตลาดรถยนต์ใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ผ่านหลักสำคัญในครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) มีส่วนแบ่งเกินหนึ่งในห้าของยอดจดทะเบียนทั้งหมด ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) ที่เผยแพร่ปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตลาดรวมเติบโต 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนแบ่งตลาดแยกตามระบบขับเคลื่อน (ม.ค.–มิ.ย. 2569)
- ไฟฟ้าล้วน (BEV): 1,220,890 คัน ส่วนแบ่ง 20.7% (ครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่ 15.6%)
- ไฮบริด (HEV): 2,198,148 คัน ส่วนแบ่ง 37.3% ยังเป็นระบบขับเคลื่อนที่ขายมากที่สุด
- ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): 577,735 คัน ส่วนแบ่ง 9.8% (จาก 8.5%)
- เบนซิน: 1,309,153 คัน ส่วนแบ่ง 22.2% (จาก 28.4%) ยอดลดลง 17.2%
- ดีเซล: ส่วนแบ่ง 7.5% (จาก 9.4%) ยอดลดลง 16.5%
เมื่อรวมเบนซินกับดีเซล รถเครื่องยนต์สันดาปล้วนเหลือส่วนแบ่งเพียง 29.7% ลดลงจาก 37.8% ในครึ่งแรกของปีก่อน
ประเทศที่ขับเคลื่อนการเติบโต
ในบรรดาตลาดใหญ่ ฝรั่งเศสมียอดรถไฟฟ้าล้วนเพิ่มขึ้น 62.9% เยอรมนีเพิ่มขึ้น 48% และเดนมาร์กเพิ่มขึ้น 41.2% ส่วนปลั๊กอินไฮบริดเติบโตแรงในอิตาลี (+84.3%) และสเปน (+39%) WhichEV รายงานเพิ่มเติมว่ายอดรถไฟฟ้าล้วนทั้งครึ่งปีเพิ่มขึ้นราว 40.5% และเฉพาะเดือนมิถุนายนเดือนเดียวมียอดจดทะเบียน BEV 270,557 คัน
มองกลับมาที่ไทย
ภาพของยุโรปคล้ายกับหลายตลาดทั่วโลก คือรถไฟฟ้าล้วนโตเร็ว ขณะที่ไฮบริดยังเป็นตัวเลือกหลักของผู้ซื้อจำนวนมาก สำหรับประเทศไทยซึ่งรถไฟฟ้าล้วนเติบโตเร็วในช่วงเดียวกัน การที่ตลาดใหญ่อย่างยุโรปเดินหน้าสู่รถไฟฟ้ามากขึ้น หมายถึงผู้ผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์มีปริมาณการผลิตมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มช่วยให้ต้นทุนเทคโนโลยีลดลงและมีรุ่นใหม่ ๆ ส่งออกมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น