Geely Automobile Holdings ประกาศผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยมีรายได้ 173,600 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนและสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ประเด็นที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรายได้คือโครงสร้างการเติบโตที่เปลี่ยนไป เพราะตลาดต่างประเทศกลายเป็นแรงขับหลัก ขณะที่ยอดขายในจีนหดตัว
ตัวเลขสำคัญครึ่งปีแรก
- กำไรหลักส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 9,680 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 46% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,090 ล้านหยวน ลดลงราว 2%
- อัตรากำไรขั้นต้น 17.9% และใช้งบวิจัยและพัฒนา 9,060 ล้านหยวน
- ยอดขายรวมราว 1.42 ล้านคัน แบ่งเป็นตระกูล Geely Galaxy ราว 520,000 คัน ZEEKR มากกว่า 178,000 คัน และ Lynk & Co มากกว่า 144,000 คัน
- ส่งออก 474,228 คัน เพิ่มขึ้น 157.6% ขณะที่ยอดขายในประเทศจีน 948,730 คัน ลดลง 22.6%
ปรับเป้าส่งออกเพิ่มเกือบ 300,000 คัน
จากผลงานดังกล่าว Geely ปรับเป้าส่งออกปี 2026 จากเดิม 640,000 คัน เป็น 920,000 คัน และตั้งเป้าขยายยอดขายต่างประเทศให้ถึงระดับราว 1 ล้านคันใน 5 ภูมิภาคหลัก ตามข้อมูลของ CnEVPost สัดส่วนที่วางไว้สำหรับอาเซียนอยู่ที่ราว 300,000 คัน มากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ทั้งยุโรป ยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกาและแอฟริกา และตะวันออกกลางกับเอเชียแปซิฟิก
โมเมนตัมยังต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม ซึ่ง Geely ส่งออกได้ 106,663 คัน เพิ่มขึ้นราว 202% จากปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นรถพลังงานใหม่ (NEV) 62,604 คัน หรือราว 59% ของยอดส่งออกทั้งเดือน
เกี่ยวอะไรกับตลาดไทย
ไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักของ Geely ในอาเซียน โดยทำตลาดรถไฟฟ้าอย่าง Geely EX5 และ EX2 การที่บริษัทวางอาเซียนเป็นเป้าส่งออกใหญ่ที่สุดจึงน่าจะหมายถึงการทำตลาดที่เข้มข้นขึ้น ทั้งรุ่นใหม่ โปรโมชัน และเครือข่ายบริการ ซึ่งผู้บริโภคไทยได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ใครอยากลองรถ Geely ก่อนตัดสินใจ สามารถเช่า Geely EX2 Max (เริ่ม 1,200 บาท/วัน) หรือ Geely EX5 Max (เริ่ม 1,500 บาท/วัน) ได้ที่ EVCNX