Rho Motion หน่วยวิเคราะห์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ Benchmark Mineral Intelligence เผยว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (รวมไฟฟ้าล้วนและปลั๊กอินไฮบริด) ทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 1.85 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ส่วนยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4%
ภาพรวมรายภูมิภาค เดือน ก.ค. 2569
- จีน: 0.98 ล้านคัน ลดลง 5% (สะสมตั้งแต่ต้นปี 5.9 ล้านคัน ลดลง 12%)
- ยุโรป: 0.45 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 33% (สะสมตั้งแต่ต้นปี 3.0 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28%)
- อเมริกาเหนือ: 0.14 ล้านคัน ลดลง 27% (สะสมตั้งแต่ต้นปี 0.90 ล้านคัน ลดลง 18%)
- ภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก: 0.28 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 97% (สะสมตั้งแต่ต้นปี 1.7 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 96%)
ยุโรปโตแรงเพราะเงินอุดหนุนกลับมา
ยุโรปเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มตลาดหลัก ฝรั่งเศสโตถึง 81% และมีสัดส่วนรถไฟฟ้าต่อยอดขายรถใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 37% ขณะที่เยอรมนีโต 46% และสหราชอาณาจักรโต 43% ปัจจัยหลักมาจากหลายประเทศใหญ่ในยุโรปนำมาตรการอุดหนุนรถไฟฟ้ากลับมาใช้หรือขยายเพิ่ม ประกอบกับกฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษที่ยังกดดันค่ายรถ
จีนชะลอ อเมริกาเหนือหดตัว
ในจีน รถไฟฟ้าล้วน (BEV) ยังเติบโตราว 6% แต่ปลั๊กอินไฮบริดลดลงราว 21% และรถแบบขยายระยะทาง (EREV) ลดลงราว 16.5% ทำให้ภาพรวมติดลบ ขณะเดียวกันการส่งออกรถไฟฟ้าจากจีนทำสถิติสูงสุดเกิน 500,000 คันในเดือนเดียว ส่วนอเมริกาเหนือยังหดตัวต่อเนื่อง หลังเครดิตภาษีรถไฟฟ้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สิ้นสุดลงเมื่อ 30 กันยายน 2568 โดยยอดขายในสหรัฐฯ เดือนนี้ลดลงมากกว่า 30%
ความหมายต่อตลาดไทย
กลุ่ม "ภูมิภาคอื่น ๆ" ซึ่งรวมตลาดเกิดใหม่อย่างอาเซียนด้วย เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดเกือบเท่าตัว สอดคล้องกับที่รถไฟฟ้าจีนส่งออกมาทำตลาดนอกประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยอดขายในบ้านของจีนเองชะลอตัว แบรนด์จีนก็มีแรงจูงใจที่จะบุกตลาดต่างประเทศอย่างไทยหนักขึ้น ทั้งรุ่นใหม่และสงครามราคา ซึ่งเป็นทั้งโอกาสของผู้บริโภคและแรงกดดันต่อแบรนด์ที่ทำตลาดอยู่เดิม