BYD เปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรม Subang Smartpolitan จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ด้วยเงินลงทุน 16 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โรงงานนี้เป็นฐานการผลิตแห่งที่สามของ BYD ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากโรงงานในไทยที่เปิดในปี 2567 และกัมพูชาในปี 2568
ข้อมูลโรงงาน
- พื้นที่ 126 เฮกตาร์ (ราว 787 ไร่)
- กำลังการผลิตสูงสุดปีละ 150,000 คัน
- จ้างงานคนท้องถิ่นแล้วกว่า 5,000 คน และอาจเพิ่มเป็น 20,000 คนเมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง
- มีกระบวนการผลิตครบ 4 ส่วน ได้แก่ ปั๊มขึ้นรูป เชื่อม พ่นสี และประกอบ
- ตั้งเป้าใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 60% ภายในเดือนมกราคม 2570
รุ่นที่ผลิต
electrive รายงานว่ารถคันแรกที่ออกจากสายการผลิตคือ BYD M6 DM รถ MPV แบบปลั๊กอินไฮบริด และปัจจุบันโรงงานยังผลิต Atto 1 (ชื่อในยุโรปคือ Dolphin Surf) ซึ่งขายในอินโดนีเซียได้ 22,582 คันในปี 2568 โดยมีแผนเพิ่มการผลิต M6 รุ่นไฟฟ้าล้วนและ Denza D9 ภายหลังในปีนี้ ส่วน Tempo รายงานว่าในงานเดียวกัน BYD ได้ฉลองการส่งมอบรถคันที่ 100,000 ในตลาดอินโดนีเซียด้วย
ทำไมต้องผลิตในประเทศ
เบื้องหลังการตั้งโรงงานคือเงื่อนไขของรัฐบาลอินโดนีเซียที่ให้สิทธิ์นำเข้ารถไฟฟ้าแบบยกเว้นภาษี แลกกับการผลิตชดเชยในประเทศ BYD ใช้โควตานำเข้าไปแล้ว 92,000 คันจากทั้งหมด 100,000 คัน และต้องผลิตในประเทศชดเชยให้ครบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ปัจจุบัน BYD มีโชว์รูมในอินโดนีเซียกว่า 100 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มเป็นกว่า 200 แห่งในปี 2570
สะท้อนอะไรถึงไทย
รูปแบบนี้คล้ายกับที่ไทยใช้ในมาตรการ EV 3.0 และ 3.5 ที่ผูกสิทธิประโยชน์การนำเข้ากับการผลิตชดเชย การที่ BYD มีโรงงานครบทั้งไทย กัมพูชา และอินโดนีเซีย ทำให้การแข่งขันเพื่อเป็นฐานผลิตรถไฟฟ้าของภูมิภาคเข้มข้นขึ้น ไทยยังได้เปรียบเรื่องห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนที่แข็งแรง แต่อินโดนีเซียมีตลาดในประเทศขนาดใหญ่และแร่นิกเกิลสำหรับแบตเตอรี่ ผู้ใช้รถในไทยจึงน่าจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันด้านราคาและรุ่นใหม่ที่ต่อเนื่อง
อยากลองรถ BYD ในไทย ที่ EVCNX มี BYD Dolphin, ATTO 2, ATTO 3 และ Seal ให้เช่า เริ่มต้น 1,100 บาท/วัน