ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของมาเลเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดดในครึ่งแรกของปี 2569 ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกมาเลเซีย (JPJ) ซึ่งเว็บไซต์ paultan.org สรุปไว้ ระบุว่ามีรถไฟฟ้าล้วน (BEV) จดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 31,738 คัน เพิ่มขึ้น 85.1% จาก 17,143 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขสำคัญ
- สัดส่วนรถไฟฟ้าต่อรถจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด 7.8% จาก 4.3% เมื่อปีก่อน หรือราว 1 ใน 13 คัน
- เดือนมิถุนายน จดทะเบียน 6,215 คัน เพิ่มขึ้น 89.9%
- Proton 13,530 คัน เพิ่มขึ้น 238% จาก 4,003 คัน
- BYD 5,675 คัน เพิ่มขึ้น 5%
- iCaur 2,573 คัน (แบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดเมื่อปีก่อน)
- Zeekr 2,086 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า
- Tesla 1,962 คัน ลดลง 18%
Proton คือแรงขับหลัก
แบรนด์แห่งชาติของมาเลเซียกลายเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าแบบทิ้งห่าง เมื่อปีก่อน Proton มีรถไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียวคือ e.MAS 7 ส่วน e.MAS 5 ยังไม่เปิดขาย แต่เมื่อมีสองรุ่นในมือ ยอดก็เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า ขณะที่ BYD ซึ่งเคยเป็นแชมป์ตลาดรถไฟฟ้ามาเลเซียเมื่อปีก่อน เติบโตเพียงเล็กน้อย
ที่น่าสนใจคือ การยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับรถไฟฟ้านำเข้าทั้งคัน (CBU) ในมาเลเซียสิ้นสุดไปเมื่อ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งหลายฝ่ายเคยคาดว่าจะทำให้ตลาดชะลอ แต่ตัวเลขครึ่งปีแรกกลับสวนทาง โดยแบรนด์ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศได้ประโยชน์มากที่สุด
เชื่อมโยงกับไทยอย่างไร
Proton e.MAS 7 ถูกพัฒนาร่วมกับ Geely Galaxy E5 ในฐานะรถฝาแฝด ซึ่งทำตลาดนอกจีนในชื่อ Geely EX5 และมีขายในไทยแล้ว กรณีของมาเลเซียแสดงให้เห็นว่านโยบายส่งเสริมการผลิตในประเทศ ร่วมกับแบรนด์ท้องถิ่นที่ผู้บริโภคคุ้นเคย สามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าได้จริง ซึ่งเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับไทยที่กำลังผลักดันการผลิตรถไฟฟ้าในประเทศเช่นกัน
อยากรู้ว่าฝาแฝดของ e.MAS 7 ขับเป็นอย่างไร ลองเช่า Geely EX5 ที่ EVCNX ได้