กระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ (Department of Energy หรือ DOE) รายงานว่าในช่วงมกราคมถึงสิงหาคม 2569 มีรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทขายออกไปแล้ว 66,685 คัน จากยอดขายรถใหม่ทั้งตลาดที่ประเมินไว้ราว 270,124 คัน คิดเป็นสัดส่วน 24.7% หรือเกือบหนึ่งในสี่ของรถใหม่ทั้งหมด
ตัวเลขนี้เป็นการนับรวมรถ "ไฟฟ้า" ทุกรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงรถไฟฟ้าล้วนเพียงอย่างเดียว เมื่อแยกดูตามประเภทจะเห็นภาพที่ต่างจากตลาดไทยพอสมควร
แยกตามประเภทรถ
- ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 29,649 คัน มากที่สุด
- ไฮบริด (HEV) 20,716 คัน
- รถไฟฟ้าล้วน (BEV) 16,320 คัน
โครงสร้างพื้นฐานและนโยบาย
ณ สิ้นเดือนสิงหาคม DOE รับรองรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าไว้แล้ว 949 รุ่น เพิ่มขึ้น 67 รุ่นจากเดือนก่อนหน้า และมีสถานีชาร์จที่ขึ้นทะเบียนทั่วประเทศ 1,876 แห่ง ฝั่งนโยบาย รัฐบาลออกคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 121 (Executive Order No. 121) เพื่อใช้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า EVIS ซึ่งมีวงเงินสนับสนุนทางการคลังสูงสุด 60,000 ล้านเปโซ แบบผูกกับผลการดำเนินงานของผู้ลงทุนในอุตสาหกรรม EV และเป้าหมายระยะยาวคือให้รถไฟฟ้ามีสัดส่วน 50% ของรถทั้งประเทศภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040)
รัฐมนตรีพลังงาน Sharon S. Garin ให้ความเห็นทำนองว่า ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์กำลังมีตัวเลือกด้านการเดินทางด้วยไฟฟ้าหลากหลายขึ้น
เทียบกับตลาดไทย
จุดที่น่าสนใจคือ ในฟิลิปปินส์รถปลั๊กอินไฮบริดและไฮบริดยังเป็นกำลังหลัก ส่วนรถไฟฟ้าล้วนมีเพียงราวหนึ่งในสี่ของกลุ่มรถไฟฟ้า ต่างจากไทยที่รถไฟฟ้าล้วนเติบโตเร็วจนกลายเป็นส่วนสำคัญของตลาดรถยนต์นั่ง ความต่างนี้มาจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนจุดชาร์จ ราคารถ และนโยบายจูงใจของแต่ละประเทศ สำหรับค่ายรถจีนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต การที่ตลาดเพื่อนบ้านในอาเซียนขยายตัวด้านรถไฟฟ้าก็หมายถึงโอกาสส่งออกที่มากขึ้นในอนาคต