แบตเตอรี่โซเดียมไอออนก้าวไปอีกขั้นในจีน เมื่อ Hina Battery ผู้ผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ร่วมกับ Shaanxi Tonly Heavy Industries ผู้ผลิตรถบรรทุกงานหนัก ส่งมอบรถบรรทุกเทท้ายไฟฟ้าสำหรับงานเหมืองที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนคันแรกของโลกให้กับ Sanyou Mining บริษัทเหมืองในเครือ Sanyou Group แห่งเมืองถังซาน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569
รถคันนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์มรถบรรทุกเหมืองซีรีส์ 120 ของ Tonly ซึ่งปกติมีรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LFP) ขนาด 801 kWh อยู่แล้ว การเปลี่ยนมาใช้แบตโซเดียมจึงเป็นการทดสอบว่าเคมีแบตแบบใหม่รับงานหนักระดับเหมืองได้จริงหรือไม่
ตัวเลขสำคัญของแบตเตอรี่
- ระบบแบตเตอรี่ตระกูล Haixing ของ Hina ความจุรวม 676 kWh
- ความหนาแน่นพลังงานระดับเซลล์มากกว่า 165 Wh/kg
- ชาร์จเต็มได้ในราว 20–25 นาที
- อายุการใช้งานมากกว่า 8,000 รอบ แม้ใช้การชาร์จเร็วเป็นประจำ
- ที่อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส ยังคงความจุที่ใช้งานได้มากกว่า 90%
ต้นทุนยังแพงกว่าลิเธียม แต่ช่องว่างกำลังแคบลง
จุดอ่อนของแบตโซเดียมในวันนี้คือราคา เซลล์โซเดียมไอออนมีต้นทุนราว 0.5–0.7 หยวนต่อ Wh ขณะที่เซลล์ลิเธียมไอออนอยู่ที่ราว 0.3–0.5 หยวนต่อ Wh อย่างไรก็ตาม รายงานคาดว่าต้นทุนของทั้งสองเทคโนโลยีจะขยับมาใกล้กันราวปี 2570–2571 โดยแบตโซเดียมอาจลงไปแตะระดับราว 0.3 หยวนต่อ Wh
ข้อดีของโซเดียมคือวัตถุดิบหาง่ายและราคาไม่ผันผวนเท่าลิเธียม บวกกับการทนความเย็นได้ดี ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานและรอบชาร์จสูงมากกว่าระยะทางต่อการชาร์จ ในจีนมีผู้เล่นรายใหญ่หลายรายเร่งเครื่องด้านนี้ ทั้ง CATL ที่ประกาศขยายกำลังผลิตแบตโซเดียม และ BYD ที่พัฒนาแบตโซเดียมรอบชาร์จสูง
เกี่ยวอะไรกับคนไทย
ข่าวนี้ยังไม่ใช่เรื่องของรถยนต์นั่งที่คนไทยจะได้ใช้ในเร็ววัน แต่เป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่ทางเลือกนอกจากลิเธียมเริ่มถูกนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์จริงในงานที่หนักที่สุดประเภทหนึ่ง หากต้นทุนลดลงตามที่คาด แบตโซเดียมอาจกลายเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้รถไฟฟ้าราคาประหยัด รถเชิงพาณิชย์ และระบบกักเก็บพลังงานมีราคาถูกลงในอนาคต ซึ่งตลาดที่อากาศร้อนอย่างไทยก็ต้องติดตามต่อว่าแบตชนิดนี้จะทำงานในสภาพอากาศร้อนได้ดีเพียงใด