Tesla เปิดให้สั่งซื้อ Model Y L ในสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในชื่อรุ่น Launch Series ราคา 61,990 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านบาท รถรุ่นนี้คือ Model Y ตัวถังยืดที่เพิ่มแถวที่สามเข้ามา เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศจีนตั้งแต่สิงหาคม 2568 ก่อนจะเดินทางมาถึงตลาดอเมริกาในปีนี้
สเปกหลักของ Launch Series
- ขับเคลื่อนสี่ล้อ ระยะทางตามมาตรฐาน EPA 325 ไมล์ (ประมาณ 523 กม.)
- อัตราเร่ง 0–60 ไมล์/ชม. ใน 4.4 วินาที
- ฐานล้อ 3,040 มม. ยาวกว่า Model Y ปกติ 150 มม. และตัวรถยาวขึ้นราว 180 มม.
- จัดที่นั่งแบบ 2+2+2 รวม 6 ที่นั่ง พื้นที่เก็บสัมภาระ 89 ลูกบาศก์ฟุต
- คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในเดือนกันยายนหรือตุลาคม 2569
เน้นความสบายของผู้โดยสารแถวหลัง
แถวที่สองเป็นเบาะกัปตันแยกสองตัว มีระบบทำความร้อนและระบายอากาศ ที่วางแขนปรับไฟฟ้า และพับได้ด้วยปุ่มเดียว ส่วนแถวที่สามมีเบาะทำความร้อน ปรับเอนด้วยไฟฟ้า และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ผู้โดยสารด้านหลังยังได้จอสัมผัสขนาด 8 นิ้วของตัวเอง ขณะที่ด้านหน้าใช้จอ 16 นิ้ว
อุปกรณ์อื่นที่ Tesla ใส่มาเพื่อยกระดับความหรูได้แก่ ช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติ (adaptive damping) ยางหน้าและหลังขนาดต่างกัน กระจกลดเสียงรบกวน ระบบเสียง 19 ลำโพง และแท่นชาร์จไร้สาย 50 วัตต์พร้อมระบบระบายความร้อน รุ่นนี้มาพร้อมระบบ FSD (Supervised) และผู้ช่วย AI Grok ในตัว ส่วนรุ่น Launch Series จะได้ของตกแต่งเฉพาะ เช่น แดชบอร์ดหุ้มหนังกลับ ไฟส่องพื้นที่ขอบประตู และสัญลักษณ์เฉพาะรุ่น
ราคาต่างจากจีนค่อนข้างมาก
Electrek ระบุว่า Model Y L ในจีนเริ่มต้นราว 47,000 ดอลลาร์ ขณะที่รุ่นแรกในอเมริกาเป็นรุ่นจัดเต็มราคาสูงกว่าเกือบ 15,000 ดอลลาร์ และคาดว่า Tesla จะเพิ่มรุ่นที่ราคาถูกลงตามมาภายหลัง
สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการประกาศว่า Model Y L จะเข้ามาทำตลาดเมื่อใด แต่การขยายไลน์รถไฟฟ้าสามแถวของ Tesla ไปยังตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ สะท้อนว่ากลุ่ม SUV ไฟฟ้าหกถึงเจ็ดที่นั่งสำหรับครอบครัวกำลังเป็นสนามแข่งสำคัญ ซึ่งในไทยเองก็มีรถไฟฟ้าจีนหลายรุ่นลงมาแข่งในกลุ่มนี้แล้ว