Tesla ประกาศตัวเลขการผลิตและส่งมอบรถประจำไตรมาส 2 ปี 2569 (เมษายน–มิถุนายน) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ทั้งหมด 480,126 คัน เพิ่มขึ้น 25% จาก 384,122 คันในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นยอดไตรมาสสองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
ตัวเลขหลักของไตรมาส
- ยอดส่งมอบรวม 480,126 คัน ยอดผลิตรวม 451,758 คัน
- Model 3 และ Model Y ส่งมอบ 467,762 คัน ผลิต 442,936 คัน
- รุ่นอื่น ๆ (Model S, Model X, Cybertruck และ Semi) ส่งมอบ 12,364 คัน ผลิต 8,822 คัน
- เทียบกับไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ส่งมอบ 358,023 คัน เพิ่มขึ้นราว 34%
- ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน 13.5 GWh เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% จาก 9.6 GWh ในไตรมาส 2 ปี 2568
ทะลุความคาดหมายของตลาด
ก่อนประกาศ ค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์อยู่ที่ 406,024 คัน ขณะที่ตัวเลขฝั่งที่มองบวกที่สุดอย่าง Goldman Sachs และ Barclays อยู่ราว 418,000–420,000 คัน ยอดจริงจึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 74,000 คัน และสูงกว่าตัวเลขประมาณการสูงสุดกว่า 60,000 คัน
จุดที่น่าสนใจคือยอดส่งมอบสูงกว่ายอดผลิตเกือบ 30,000 คัน แปลว่า Tesla ระบายรถในสต็อกออกไปได้จำนวนมากในไตรมาสนี้ และตัวเลขนี้ยังเป็นการเติบโตแบบปีต่อปีครั้งแรก หลังจากยอดขายรายปีของ Tesla ลดลงติดต่อกันมาสองปี ทั้งนี้ Tesla มีกำหนดรายงานผลประกอบการเต็มของไตรมาส 2 หลังตลาดปิดวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
มุมมองสำหรับตลาดไทย
Tesla ทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ และ Model Y ก็เป็นรุ่นขายหลักทั่วโลก ตัวเลขรอบนี้สะท้อนว่า Model 3 และ Model Y ยังคิดเป็นยอดส่งมอบเกือบ 97% ของทั้งบริษัท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประกาศเป็นยอดรวมทั่วโลก ไม่ได้แยกตัวเลขรายประเทศ จึงยังบอกไม่ได้ว่าตลาดไทยมีส่วนมากน้อยเพียงใด สิ่งที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าในไทยพอจับตาได้คือ การแข่งขันด้านราคาและรุ่นย่อยระหว่าง Tesla กับแบรนด์จีนที่น่าจะเข้มข้นต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อในรูปของโปรโมชันและตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น
อีกด้านที่ไม่ควรมองข้ามคือธุรกิจกักเก็บพลังงานที่โตเร็วกว่าธุรกิจรถ ซึ่งสะท้อนความต้องการแบตเตอรี่สำหรับระบบไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก