Tesla เริ่มให้บริการ Robotaxi ในเมืองแทมปาและออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งวันก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัท การขยายครั้งนี้ตามหลังการเปิดบริการที่ไมอามีเมื่อต้นเดือนเดียวกัน และที่ดัลลัสกับฮิวสตันในช่วงต้นปี 2569 ส่วนเมืองแรกคือออสตินที่เริ่มตั้งแต่มิถุนายน 2568
ขยายเมืองเร็ว แต่จำนวนรถยังน้อย
ประเด็นที่สื่อสายรถไฟฟ้าอย่าง Electrek ตั้งข้อสังเกตคือ แม้จำนวนเมืองจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่รถที่วิ่งแบบไม่มีพนักงานนั่งคุมในรถ (unsupervised) ยังมีจำนวนน้อยมาก
- ออสติน: ประมาณ 17 คัน ลดลงจากจุดสูงสุดราว 25 คันเมื่อปลายเดือนเมษายน
- ดัลลัส: ประมาณ 4 คัน
- รวมทุกตลาด: ประมาณ 21 คัน
- แทมปาและออร์แลนโด: ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนรถ และเมืองใหม่จะเริ่มต้นโดยมีพนักงาน Tesla นั่งคอยดูแลอยู่ในรถก่อน
ในด้านพื้นที่ให้บริการ ออสตินได้ขยายเขตให้บริการครอบคลุมทั้งเขตเมืองตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 Electrek มองว่าการเพิ่มเมืองใหม่ทำได้ไม่ยาก แต่การเพิ่มจำนวนรถที่วิ่งไร้คนคุมจริงยังเป็นคอขวด
แนวทางของ Tesla
ต่างจากคู่แข่งอย่าง Waymo ระบบ Robotaxi ของ Tesla อาศัยกล้องและซอฟต์แวร์ AI ในการนำทาง Reuters รายงานว่า Elon Musk ระบุว่าบริษัทตั้งใจเดินหน้าอย่างระมัดระวัง และการทดสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดคือข้อจำกัดหลักที่ทำให้ขยายได้ไม่เร็วกว่านี้ นอกจากนี้ Tesla ยังมีแผนนำ Cybercab รถที่ออกแบบมาเพื่อเป็นโรโบแท็กซี่โดยเฉพาะ ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ เข้ามาใช้ในอนาคต
มุมมองสำหรับคนไทย
บริการ Robotaxi ของ Tesla ยังจำกัดอยู่ในสหรัฐฯ และยังไม่มีข่าวแผนเปิดในไทย แต่ความเคลื่อนไหวนี้เป็นตัวชี้วัดว่ารถยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์กำลังก้าวไปเร็วแค่ไหน ในทางปฏิบัติ การขยายจำนวนรถให้มากพอสำหรับการใช้งานจริงยังเป็นโจทย์ใหญ่ ผู้ที่ติดตามเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติจึงควรดูตัวเลขจำนวนรถควบคู่กับจำนวนเมืองที่ประกาศ