ข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของกรมการขนส่งทางบกประจำเดือนสิงหาคม 2569 ออกมาแล้ว และมีจุดเปลี่ยนสำคัญ คือรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) กลายเป็นประเภทเชื้อเพลิงที่มีการจดทะเบียนมากที่สุดในประเทศ แซงหน้ารถดีเซล
ตัวเลขเดือนสิงหาคม 2569
ยอดจดทะเบียนรถใหม่รวม 62,204 คัน เพิ่มขึ้น 34.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แยกตามประเภทเชื้อเพลิงได้ดังนี้
- BEV ไฟฟ้าล้วน 21,917 คัน
- ดีเซล 16,463 คัน
- ไฮบริด (HEV) 13,751 คัน
- เบนซิน ราว 8,300–8,400 คัน (ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งข้อมูล)
- ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 1,744 คัน
ยอดสะสม 8 เดือน BEV ก็นำ
ช่วงมกราคม–สิงหาคม 2569 มีรถใหม่จดทะเบียนรวม 492,527 คัน เพิ่มขึ้นราว 18% โดย BEV มีสัดส่วน 29.76% (146,567 คัน) นำดีเซลที่ 29.23% (143,946 คัน) แบบเฉียดฉิว ตามด้วยไฮบริด 23.44% เบนซิน 14.74% และปลั๊กอินไฮบริด 2.82% หมายความว่าตอนนี้รถใหม่เกือบ 1 ใน 3 ที่ออกสู่ถนนเมืองไทยเป็นรถไฟฟ้าล้วน
แบรนด์จีนมาแรง
แบรนด์จากจีนครองส่วนแบ่งยอดจดทะเบียนเดือนสิงหาคมรวม 35.9% เพิ่มจาก 22.5% เมื่อปีก่อน และมีถึง 10 แบรนด์ที่ติดท็อป 15 ของเดือน แม้ Toyota ยังเป็นอันดับ 1 ด้วยยอด 20,995 คัน แต่อันดับ 4 เป็นของ Omoda & Jaecoo (4,004 คัน) ตามด้วย MG (3,274 คัน) และ GWM (2,934 คัน) ในระดับรุ่น JAECOO 5 EV ขึ้นเป็นรถขายดีอันดับ 5 ของประเทศด้วยยอด 2,656 คัน ส่วน ORA 5 ตามมาเป็นอันดับ 6 ที่ 2,185 คัน
ความหมายต่อผู้ใช้รถ
เมื่อรถไฟฟ้ากลายเป็นกระแสหลัก ผลที่ตามมาคือจำนวนสถานีชาร์จ อู่ซ่อม และตลาดรถมือสองของ EV จะขยายตัวตาม ขณะเดียวกันผู้ที่ยังลังเลก็มีทางเลือกมากขึ้นทั้งรุ่นและราคา การได้ลองใช้จริงสักระยะก่อนตัดสินใจจึงเป็นวิธีที่ดีในการดูว่ารถไฟฟ้าเข้ากับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่
ใครอยากลองรถไฟฟ้าขายดีอย่าง JAECOO 5 ก่อนซื้อ เช่าได้ที่ EVCNX เริ่มต้น 1,500 บาท/วัน