โรงงานของ BYD ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ผลิตรถยนต์คันที่ 100,000 ออกจากสายการผลิตเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 โดยรถคันประวัติศาสตร์นี้คือ BYD ATTO 3 (ในจีนใช้ชื่อ Yuan Plus) ความสำเร็จนี้ใช้เวลาประมาณ 26 เดือนนับตั้งแต่โรงงานเริ่มเดินเครื่องในเดือนกรกฎาคม 2567 โรงงานแห่งนี้เป็นฐานผลิตรถยนต์นั่งแห่งแรกของ BYD นอกประเทศจีนที่บริษัทถือหุ้นทั้งหมด และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี
เส้นทางสู่ 100,000 คัน
- 4 กรกฎาคม 2567: ส่งมอบ BYD DOLPHIN คันแรกที่ผลิตในไทย ซึ่งเป็นรถพลังงานใหม่คันที่ 8 ล้านของ BYD ทั่วโลกด้วย
- พฤศจิกายน 2567: ผลิตครบ 10,000 คัน
- สิงหาคม 2568: ส่งออกไปยุโรปล็อตแรก เป็น DOLPHIN กว่า 900 คัน ไปสหราชอาณาจักร เยอรมนี และเบลเยียม
- พฤศจิกายน 2568: ผลิตครบ 70,000 คัน
- 21 กันยายน 2569: ผลิตครบ 100,000 คัน
รุ่นที่ผลิตและการส่งออก
ปัจจุบันโรงงานระยองผลิตรถ 5 รุ่นที่ได้การรับรอง Made in Thailand ได้แก่ DOLPHIN, ATTO 3, SEAL 5 DM-i, SEALION 5 DM-i และ SEALION 6 DM-i ตามรายงานของไทยรัฐ รถที่ผลิตในไทยส่งออกไปแล้วกว่า 24,000 คัน ไปยังตลาดมากกว่า 10 แห่ง ครอบคลุมอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป คิดเป็นราว 40% ของการผลิตในช่วงต้นปี 2569
แรงงานและชิ้นส่วนไทย
BYD ระบุว่าพนักงานของโรงงานราว 95% เป็นคนไทย บางแผนก เช่น แผนกเชื่อมและโรงงานชุดสายไฟ มีสัดส่วนคนไทยสูงกว่านั้นอีก ส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศอยู่ที่ราว 50% โดยทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกว่า 266 ราย ขณะที่เงินลงทุนรวมของ BYD ในไทยสูงกว่า 30,000 ล้านบาท
มีความหมายอย่างไรกับคนไทย
ตัวเลขนี้ยืนยันว่าไทยกำลังเป็นฐานผลิตรถไฟฟ้าสำคัญของภูมิภาค ไม่ใช่แค่ตลาดนำเข้า สำหรับผู้ใช้รถ การผลิตในประเทศช่วยเรื่องความพร้อมของอะไหล่และความต่อเนื่องของซัพพลาย ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจคือการจ้างงานและการสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนในไทย ใครอยากลองขับรุ่นเดียวกับคันที่ 100,000 เช่า BYD ATTO 3 Extended ได้ที่ EVCNX ค่าเช่าเริ่มต้น 1,600 บาท/วัน