ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเดือนมิถุนายน 2569 กลับมาเติบโตชัดเจน โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดขายในประเทศ 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ตัวแปรสำคัญคือรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ที่ทั้งเดือนและครึ่งปีแรกทำตัวเลขเติบโตแบบก้าวกระโดด
ตัวเลขเดือนมิถุนายน 2569
- รถยนต์นั่ง 42,420 คัน เพิ่มขึ้น 31.53%
- รถยนต์นั่งไฟฟ้าล้วน (BEV) 22,275 คัน เพิ่มขึ้น 140.47% คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรถยนต์นั่งทั้งหมดในเดือนนี้
- ไฮบริด (HEV) 10,504 คัน เพิ่มขึ้น 3.08% และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 1,469 คัน เพิ่มขึ้น 163.73%
- รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป 8,114 คัน ลดลง 33.72%
- รถกระบะ 10,805 คัน ลดลง 3.17% (ในจำนวนนี้เป็นกระบะไฟฟ้า 274 คัน)
ภาพรวมครึ่งปีแรก
ช่วงมกราคม–มิถุนายน 2569 ยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% รถยนต์นั่งไฟฟ้าล้วนขายได้ 104,418 คัน เพิ่มขึ้น 93.07% ขณะที่ไฮบริดขายได้ 74,640 คัน และรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปลดลงเหลือ 54,506 คัน ลดลง 24.83% สื่อที่รายงานข่าวชี้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และราคารถไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายขึ้น เป็นแรงหนุนสำคัญ ส่วนตลาดกระบะยังถูกกดดันจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
ฝั่งการผลิตยังชะลอ
ยอดผลิตรถยนต์เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 120,391 คัน ลดลง 7.55% และครึ่งปีแรกผลิตได้ 717,212 คัน ลดลง 1.04% เนื่องจากการผลิตเพื่อส่งออก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งและกระบะที่ไปตลาดตะวันออกกลางลดลง ส.อ.ท. จึงปรับเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งปี 2569 ลงเหลือ 1.45 ล้านคัน โดยอ้างถึงความขัดแย้งในภูมิภาค อุปสรรคทางการค้าและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้นในประเทศคู่ค้า
หมายความว่าอย่างไรสำหรับผู้ใช้รถ
ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารถไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกกระแสหลักของคนไทยแล้ว ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ใช้กลุ่มเล็ก ๆ อีกต่อไป เมื่อรถไฟฟ้ามีจำนวนมากขึ้น เครือข่ายสถานีชาร์จ ศูนย์บริการ และตลาดรถมือสองก็มีแนวโน้มขยายตามไปด้วย ใครยังไม่เคยลองใช้รถไฟฟ้าในชีวิตจริง ลองเช่า BYD Dolphin Standard ที่ EVCNX ได้ ระยะทาง 410 กม. (สเปก) ค่าเช่าเริ่มต้น 1,100 บาท/วัน