MG เปิดตัว MG URBAN อย่างเป็นทางการในไทยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เป็นแฮตช์แบ็กไฟฟ้าล้วนขนาดคอมแพกต์ที่ประกอบในประเทศแบบ CKD ทำให้ตั้งราคาได้ค่อนข้างดุดันสำหรับรถยาวเกือบ 4.4 เมตร ในบางประเทศรถรุ่นนี้ใช้ชื่อ MG4 EV Urban
ราคา 3 รุ่นย่อย
- STANDARD แบต 42.8 kWh ราคาเปิดตัว 529,900 บาท (ราคาปกติ 579,900 บาท)
- MAX แบต 53.9 kWh ราคาเปิดตัว 599,900 บาท (ราคาปกติ 649,900 บาท)
- ULTRA แบต 53.9 kWh ราคาเปิดตัว 709,900 บาท (ราคาปกติ 749,900 บาท)
แบตเตอรี่ ระยะทาง และการชาร์จ
ทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) จาก CATL แบบ Cell-to-Body รุ่น STANDARD วิ่งได้ 435 กม. ส่วน MAX และ ULTRA วิ่งได้ 530 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งเป็นตัวเลขที่มักสูงกว่าการใช้งานจริง มอเตอร์ตัวเดียวขับล้อหน้า รุ่นเล็กให้กำลัง 150 แรงม้า รุ่นแบตใหญ่ 160 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตรเท่ากัน
ชาร์จไฟ AC ได้สูงสุด 6.6 kW ส่วนหัวชาร์จเร็ว DC รับได้ 82 kW (รุ่น STANDARD) และ 88 kW (MAX/ULTRA) ใช้เวลาชาร์จ 10–80% ราว 28–30 นาที และมีระบบ V2L จ่ายไฟออกนอกรถได้ 3.3 kW สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าตอนไปเที่ยว
ตัวรถและอุปกรณ์
ตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,549 มม. ฐานล้อ 2,750 มม. ที่เก็บของท้าย 382 ลิตร พับเบาะแล้วได้ถึง 1,266 ลิตร รุ่นพื้นฐานมีจอกลาง 12.8 นิ้ว Apple CarPlay/Android Auto ไร้สาย และระบบช่วยขับอย่าง ACC, AEB และเตือนจุดบอดมาให้แล้ว รุ่น MAX เพิ่มจอ 15.6 นิ้ว เบาะคู่หน้าแบบระบายความร้อน และประตูท้ายไฟฟ้า ส่วนรุ่นท็อป ULTRA มีหลังคาพาโนรามิก ระบบจอดรถอัตโนมัติ และสั่งจอดจากนอกรถได้
การรับประกันตัวรถ 4 ปีหรือ 120,000 กม. ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงและมอเตอร์รับประกันตลอดอายุการใช้งานตามเงื่อนไขของแบรนด์
มีความหมายอย่างไรกับผู้ซื้อในไทย
การประกอบในประเทศทำให้ MG URBAN ลงมาแข่งในโซนราคา 5–7 แสนบาท ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าจีนหลายยี่ห้อแย่งลูกค้ากันหนักที่สุด จุดเด่นคือแบตรุ่นใหญ่ระยะ 530 กม. ในราคาไม่ถึง 6 แสนบาทช่วงเปิดตัว ผู้ที่สนใจควรเช็กว่าราคาเปิดตัวใช้ได้ถึงเมื่อใดกับผู้จำหน่าย และเผื่อใจว่าระยะทางใช้งานจริงจะต่ำกว่าตัวเลข NEDC พอสมควร