บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (MEAei) บริษัทในเครือการไฟฟ้านครหลวง ประกาศเดินหน้าโครงการ NEXA EV Station Hub โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 และมีพันธมิตรภาคเอกชนอีก 5 รายเข้าร่วม เป้าหมายคือสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 156 แห่งทั่วประเทศ รองรับรวมกว่า 48,000 จุดชาร์จ ทั้งสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ใครทำอะไรในโครงการนี้
- NT: นำพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไม่ได้ใช้ในงานโทรคมนาคม (Non-Telecom) ทั่วประเทศ และโครงข่ายดิจิทัลมาเป็นฐานของสถานี
- MEAei: ดูแลด้านระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานการไฟฟ้า
- บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO): ร่วมด้านเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
- พันธมิตรอื่น ได้แก่ บริษัท เรด เทค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Zhengzhou Zhengfang Technology และ Future New Energy Technology (Thailand)
ตามรายงานของไทยรัฐ DECO ระบุว่าเทคโนโลยีชาร์จเร็วของบริษัทชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มเร็วสุดราว 5–10 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่บริษัทกล่าวอ้าง โดยไม่ได้ระบุว่าวัดกับรถหรือแบตเตอรี่ขนาดใด และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิค เช่น กำลังชาร์จต่อหัว ประเภทหัวชาร์จ หรืออัตราค่าบริการ
สิ่งที่ยังไม่ชัดเจน
ทั้งสองแหล่งข่าวยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าสถานีทั้ง 156 แห่งจะเปิดให้บริการเมื่อใด จะเริ่มจากจังหวัดไหน หรือจะใช้แอปพลิเคชันใดในการชาร์จและชำระเงิน ตัวเลข 48,000 จุดชาร์จเป็นตัวเลขเป้าหมายรวมที่นับทั้งจุดชาร์จรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหัวชาร์จเร็วสำหรับรถยนต์ทั้งหมด
มีความหมายอย่างไรกับผู้ใช้รถไฟฟ้าในไทย
จุดเด่นของโครงการคือการใช้ที่ดินและอาคารของรัฐวิสาหกิจที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งอาจช่วยให้เกิดสถานีชาร์จในพื้นที่ที่เอกชนยังไม่ค่อยลงทุน เช่น อำเภอรองหรือเส้นทางระหว่างจังหวัด การรวมจุดชาร์จมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยก็สอดคล้องกับการใช้งานจริงของคนไทยจำนวนมาก หากโครงการเดินหน้าได้ตามเป้า ผู้ใช้รถไฟฟ้าจะมีทางเลือกในการชาร์จระหว่างเดินทางไกลมากขึ้น แต่ต้องติดตามว่าจะเปิดให้บริการจริงเร็วแค่ไหน