กระทรวงคมนาคมสหรัฐอเมริกา ผ่านสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) ประกาศใช้เกณฑ์ค่าเฉลี่ยการประหยัดน้ำมันของค่ายรถยนต์ หรือ CAFE (Corporate Average Fuel Economy) ฉบับใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 โดยผ่อนเป้าหมายลงอย่างมากเมื่อเทียบกับกฎเดิมในสมัยรัฐบาลไบเดน
สิ่งที่เปลี่ยนไป
- เป้าหมายค่าเฉลี่ยทั้งกลุ่มรถปี 2031 ลดเหลือ 34.9 ไมล์ต่อแกลลอน (ราว 14.7 กม./ลิตร) จากเดิม 50.4 ไมล์ต่อแกลลอน (ราว 21.4 กม./ลิตร)
- ยกเลิกโครงการซื้อขายเครดิต CAFE ระหว่างค่ายรถ เริ่มตั้งแต่รถรุ่นปี 2028
- Electrek อ้างการประเมินของ NHTSA เองว่ากฎใหม่จะทำให้ผู้ใช้รถจ่ายค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นรวมราว 185,000 ล้านดอลลาร์ และปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นราว 5%
รัฐมนตรีคมนาคม Sean Duffy มองว่ากฎใหม่เป็นการยุติสิ่งที่เขาเรียกว่าข้อบังคับที่บีบให้ค่ายรถต้องผลิตรถไฟฟ้าราคาแพง และช่วยลดภาระให้ครอบครัวอเมริกัน ขณะที่ฝั่งผู้สนับสนุนรถไฟฟ้าและ Electrek วิจารณ์ว่าจะทำให้คนอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำมันมากขึ้นในระยะยาว
ทำไมกระทบรถไฟฟ้า
เดิมทีเกณฑ์ CAFE ที่เข้มงวดเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ค่ายรถต้องขายรถไฟฟ้าเพื่อดึงค่าเฉลี่ยทั้งกลุ่มให้ผ่านเกณฑ์ และระบบเครดิตยังเปิดให้ค่ายที่ทำค่าเฉลี่ยได้ดีกว่าเกณฑ์ขายเครดิตส่วนเกินให้ค่ายอื่นได้ เมื่อเป้าหมายต่ำลงและระบบเครดิตถูกยกเลิก แรงกดดันให้ผลิตรถไฟฟ้าก็ลดลงตาม electrive ชี้ว่าตลาดรถไฟฟ้าสหรัฐฯ ชะลอตัวอยู่แล้วหลังเครดิตภาษีสำหรับผู้ซื้อรถไฟฟ้าสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2568 และค่ายใหญ่อย่าง Ford, GM และ Stellantis ก็หันกลับไปให้น้ำหนักกับรถเครื่องยนต์มากขึ้น
มุมมองจากไทย
นโยบายของสหรัฐฯ กำลังเดินสวนทางกับหลายภูมิภาค ขณะที่ยุโรปและจีนยังเร่งรถไฟฟ้า และในไทยเองยอดขายรถไฟฟ้าล้วนเดือนสิงหาคม 2569 ยังเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบปีต่อปี ผลที่อาจตามมาคือค่ายรถอเมริกันลงทุนรถไฟฟ้าช้าลง ขณะที่แบรนด์จีนซึ่งเป็นกำลังหลักในตลาดไทยยิ่งมีโอกาสขยายบทบาทในตลาดโลกนอกสหรัฐฯ