VinFast ผู้ผลิตรถไฟฟ้ารายใหญ่ของเวียดนาม ตั้งเป้าส่งมอบรถไฟฟ้าทั่วโลกอย่างน้อย 300,000 คันในปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 52% จากปีก่อน พร้อมประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยการแยกฝ่ายผลิตออกจากบริษัท ตามรายงานของ The Investor เมื่อ 13 มิถุนายน 2569
ตัวเลขสำคัญ
- ไตรมาสแรกปี 2569 ส่งมอบรถไฟฟ้า 58,577 คัน เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดส่งมอบราว 92% มาจากตลาดเวียดนาม
- รายได้ไตรมาสแรก 23.11 ล้านล้านดอง (ราว 878 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่ขาดทุนสุทธิ 28.14 ล้านล้านดอง (ราว 1,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
- อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 74%
แยกโรงงาน หันไปจ้างผลิต
ภายใต้แผนใหม่ โรงงานที่ไฮฟองและห่าติ๋ญจะถูกแยกออกเป็นนิติบุคคลอิสระ ส่วน VinFast จะเน้นงานที่สร้างมูลค่าสูงกว่า ได้แก่ การวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ การขาย และบริการหลังการขาย ขณะที่การผลิตรถจะทำผ่านสัญญาจ้างผลิตระยะยาว บริษัทระบุว่าเป้าหมายคือลดภาระเงินลงทุนและทำให้ฐานะการเงินระยะยาวแข็งแรงขึ้น หรือที่เรียกกันว่าโมเดล asset-light
อัปเดต: VinFast แจ้งเมื่อ 1 กรกฎาคม 2569 ว่าได้ขายกิจการ VinFast Trading and Production JSC (VFTP) บริษัทลูกด้านการผลิตให้กลุ่มผู้ซื้อเสร็จสิ้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และไม่ถือหุ้นใน VFTP อีกต่อไป โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ซื้อ
สถานะในอาเซียน
นอกจากเป็นแบรนด์รถยนต์ขายดีในบ้านเกิด The Investor ระบุว่า VinFast เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าอันดับหนึ่งในฟิลิปปินส์ อันดับ 4 ในอินเดีย และอันดับ 8 ในอินโดนีเซีย
มุมมองสำหรับตลาดไทย
กรณีของ VinFast สะท้อนความท้าทายของผู้ผลิตรถไฟฟ้าหน้าใหม่ ที่ยอดขายโตเร็วแต่ยังขาดทุนหนักจากต้นทุนโรงงาน การเปลี่ยนมาเป็นบริษัทที่เน้นแบรนด์และเทคโนโลยี แล้วจ้างผลิตแทน เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ขยายตลาดได้โดยไม่ต้องแบกเงินลงทุนก้อนใหญ่ สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ควรติดตามคือความต่อเนื่องของบริการหลังการขายและอะไหล่ ซึ่งบริษัทยืนยันว่ายังเป็นงานหลักที่ดูแลเอง