Xiaomi เปิดขาย SkyNomad ตระกูล SUV แบบขยายระยะทาง (EREV) อย่างเป็นทางการในจีนเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 และทางบริษัทรายงานว่ามียอดสั่งจองแบบล็อกคำสั่งซื้อเกิน 10,000 คันภายในเวลาเพียง 4 นาทีหลังเปิดขาย SkyNomad แบ่งเป็นสองรุ่นหลัก คือ N70 SUV ห้าที่นั่งขนาดกลางค่อนใหญ่ และ N90 SUV เจ็ดที่นั่งรุ่นเรือธง
รุ่นและราคา
- N70 Pro (5 ที่นั่ง ขับหลัง) 209,900 หยวน (ประมาณ 9.5 แสนบาท)
- N70 Max (5 ที่นั่ง ขับสี่) 239,900 หยวน
- N90 Max (7 ที่นั่ง) 269,900 หยวน
- N90 Max รุ่นท็อปพร้อมหลังคาป๊อปอัพไฟฟ้าสำหรับนอนพัก 299,900 หยวน
แบตเตอรี่และระยะทาง
SkyNomad ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่ปั่นไฟเมื่อแบตเตอรี่ลดลง รุ่น N70 Pro ใช้แบตเตอรี่ LFP 52 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 351 กม. และระยะรวม 1,351 กม. ส่วน N70 Max แบตเตอรี่ 76 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ถึง 505 กม. ระยะรวม 1,461 กม. อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 5.5 วินาที และชาร์จ 20–80% ได้เร็วสุดราว 18 นาที ขณะที่ N90 Max วิ่งไฟฟ้าล้วน 464 กม. และระยะรวมสูงสุด 1,705 กม.
ตัวถัง N70 ยาวประมาณ 4.96 เมตร ส่วน N90 ยาว 5,285 มม. ฐานล้อ 3,080 มม. นั่งได้ 7 คน ทุกรุ่นติดตั้งชิปช่วยขับ NVIDIA Thor พร้อม LiDAR และเรดาร์เป็นมาตรฐาน
จุดยืนของ Xiaomi
นอกจากยอดจองแล้ว Xiaomi ยังประกาศว่ายอดส่งมอบรถสะสมเกิน 800,000 คันแล้ว ณ วันที่ 7 กันยายน ใช้เวลาราว 2 ปีครึ่งนับจากส่งมอบ SU7 คันแรก การเปิดตัว SkyNomad ทำให้ Xiaomi มีรถ SUV แบบขยายระยะทางลงแข่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นรถที่ตอบโจทย์คนที่อยากขับไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน แต่ไม่อยากกังวลเรื่องจุดชาร์จเมื่อเดินทางไกล
เกี่ยวข้องกับไทยแค่ไหน
ปัจจุบัน SkyNomad เปิดขายเฉพาะในจีน และสื่อต่างประเทศรายงานว่ามีแผนบุกยุโรปในปีหน้า ยังไม่มีข้อมูลการทำตลาดในไทย อย่างไรก็ดี รถแบบ EREV กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในภูมิภาค เพราะตอบโจทย์คนที่เดินทางไกลต่างจังหวัดบ่อยแต่อยากได้ความประหยัดแบบรถไฟฟ้าในเมือง จึงน่าติดตามว่าแบรนด์จีนจะนำรถประเภทนี้เข้าไทยมากขึ้นหรือไม่