คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยคือ เช่ารถไฟฟ้าแล้วประหยัดกว่ารถน้ำมันจริงไหม คำตอบสั้น ๆ คือค่าพลังงานถูกกว่าชัดเจน แต่ไม่ได้ถูกแบบฟรี และต้องแลกกับเวลาที่ใช้ชาร์จ บทความนี้คำนวณให้ดูทีละขั้นจากราคาจริง เพื่อให้เอาไปคิดกับทริปของตัวเองได้
ตัวเลขที่ใช้คำนวณ
- ราคาน้ำมัน ปตท. วันที่ 29 ก.ย. 2569: แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.94 บาท, E20 ลิตรละ 34.94 บาท (ราคาปั๊มต่างจังหวัดอาจต่างเล็กน้อย)
- ค่าชาร์จเร็ว DC: PEA VOLTA ระบุไว้ราว 5.90–7.90 บาท/หน่วย ตามประเภทสถานี (ก.ค. 2569) ส่วน Grab รายงาน (ก.ย. 2569) ว่า EV Station PluZ ตู้ DC ทั่วไปคิด 6.6 บาท (Off-Peak) ถึง 7.9 บาท (On-Peak) บทความนี้จึงใช้ช่วง 5.90–7.90 บาท/หน่วย
- รถไฟฟ้าอ้างอิง: BYD ATTO 3 ซึ่ง EV Database ประเมินการใช้ไฟจริงไว้ราว 159 Wh/กม. (ขับผสม) ถึง 202 Wh/กม. (ทางหลวง) หรือราว 16–20 kWh ต่อ 100 กม. ค่านี้วัดที่ 23°C ไม่เปิดแอร์
- รถน้ำมันอ้างอิง: Toyota Corolla Cross เบนซิน 2.0 ลิตร (สเปกสหรัฐฯ) ค่ามาตรฐาน US EPA 32 mpg หรือราว 7.35 ลิตร/100 กม. (13.6 กม./ลิตร) และรุ่นไฮบริด 42 mpg หรือราว 5.6 ลิตร/100 กม. รุ่นที่ขายในไทยอาจต่างออกไป ใช้เป็นตัวเทียบเท่านั้น
ค่าพลังงานต่อ 100 กิโลเมตร
| ประเภทรถ | ใช้พลังงาน / 100 กม. | ราคาต่อหน่วย | ค่าพลังงาน / 100 กม. |
|---|---|---|---|
| SUV เบนซิน | 7.35 ลิตร | 39.94 บาท (G95) / 34.94 บาท (E20) | ≈ 294 / 257 บาท |
| SUV ไฮบริด | 5.6 ลิตร | 39.94 บาท (G95) / 34.94 บาท (E20) | ≈ 224 / 196 บาท |
| SUV ไฟฟ้า ชาร์จ DC สาธารณะ | 16–20 kWh | 5.90–7.90 บาท | ≈ 94–158 บาท |
เมื่อเทียบกับรถเบนซิน รถไฟฟ้าที่ชาร์จตามตู้สาธารณะใช้เงินน้อยกว่าราว 1.6–3 เท่า ขึ้นกับว่าเติมน้ำมันอะไรและชาร์จช่วงเวลาไหน ถ้าเทียบกับรถไฮบริด ส่วนต่างจะแคบลงเหลือราว 1.2–2.4 เท่า ตัวเลขนี้ยังไม่รวมพลังงานที่สูญเสียระหว่างชาร์จ จึงควรเผื่อไว้เล็กน้อย
ตัวอย่างทริป: เชียงใหม่ → เชียงราย 185 กม.
เส้นทางยอดนิยมของลูกค้าสาขาเชียงใหม่คือทางหลวง 118 ไปเชียงราย ระยะทางราว 185 กม. ต่อเที่ยว ใช้ตัวเลขชุดเดียวกับข้างบนคำนวณได้ดังนี้
| ประเภทรถ | ขาเดียว 185 กม. | ไป-กลับ 370 กม. |
|---|---|---|
| SUV เบนซิน (G95) | 13.6 ลิตร ≈ 543 บาท | ≈ 1,086 บาท |
| SUV เบนซิน (E20) | 13.6 ลิตร ≈ 475 บาท | ≈ 950 บาท |
| SUV ไฮบริด (G95) | 10.4 ลิตร ≈ 414 บาท | ≈ 828 บาท |
| SUV ไฟฟ้า ชาร์จ DC | 30–37 kWh ≈ 175–292 บาท | ≈ 349–585 บาท |
ช่วงขึ้นเขาบนทางหลวง 118 และการเปิดแอร์ตลอดทางในอากาศบ้านเรา ทำให้รถไฟฟ้ามักใช้ไฟอยู่ช่วงบนของตัวเลขนี้หรือสูงกว่า ส่วนขาลงเขารถไฟฟ้าจะดึงไฟกลับมาได้บางส่วนจากระบบเบรกคืนพลังงาน ขณะที่รถน้ำมันก็กินน้ำมันมากขึ้นตอนขึ้นเขาเช่นกัน
เงื่อนไขของ EVCNX ที่ช่วยลดค่าไฟ
รถของร้านส่งมอบพร้อมแบต 85% ขึ้นไปโดยไม่คิดเงิน (แบตฟรีถังแรก) คืนรถโดยเหลือไม่ต่ำกว่า 20% ไม่ต้องชาร์จเต็ม และถ้าต้องชาร์จระหว่างเช่า ร้านคืนค่าชาร์จให้ 1 บิล ค่าชาร์จที่ลูกค้าจ่ายจริงโดยทั่วไปอยู่ราว 200–300 บาทต่อครั้ง สำหรับทริปเชียงรายไป-กลับ ส่วนใหญ่ต้องชาร์จ 1–2 ครั้ง ค่าไฟที่ต้องจ่ายเองจึงมักต่ำกว่าตัวเลขในตาราง แต่ขึ้นกับรุ่นรถและจำนวนครั้งที่ชาร์จ
ค่าน้ำมันของรถเช่าน้ำมันขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละร้าน ควรถามให้ชัดว่ารับรถน้ำมันเต็มถังหรือไม่ และต้องเติมคืนแค่ไหน
สิ่งที่รถน้ำมันยังได้เปรียบ
- เวลา: เติมน้ำมันเสร็จในไม่กี่นาที ส่วนการชาร์จ DC จาก 30% ถึง 80% ใช้ราว 28–30 นาทีกับเครื่องกำลังสูง และนานกว่านั้นกับตู้ 50 kW
- ความยืดหยุ่น: ปั๊มน้ำมันมีทุกที่ ส่วนตู้ชาร์จบางจุดมีเครื่องเดียว ถ้ามีคนใช้อยู่ต้องรอคิว หรือเจอตู้เสีย
- การวางแผน: รถไฟฟ้าควรเช็กจุดชาร์จในแอปก่อนออกเดินทาง และไม่ควรปล่อยแบตต่ำจนเหลือทางเลือกเดียว
สรุปคือ ถ้าทริปของคุณขับวันละไม่กี่ร้อยกิโลเมตรและแวะพักกินข้าวหรือกาแฟอยู่แล้ว ช่วงเวลาชาร์จแทบไม่เสียเปล่า ค่าพลังงานที่ประหยัดได้ก็ชัดเจน แต่ถ้าต้องขับรวดเดียวไกลมากโดยไม่อยากแวะ รถน้ำมันหรือไฮบริดยังสะดวกกว่า เวลาเทียบราคาจริงควรดูทั้งค่าเช่า ค่าพลังงาน และค่าบริการอื่นรวมกัน